
วันที่ 20 ก.ค. 69 นาย สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.หาดไทย นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ภูเก็ตโมเดล” ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติ การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการปราบปรามผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล
นำกำลังหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ พยัคฆ์ไพร หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ พญาเสือ และชุดปฏิบัติการพิเศษ ฉลามขาว รวมกว่า 200 นาย สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดยุทธการทวงคืน “หาดนุ้ย” ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
เพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด จำนวน 11 รายการ หลังตรวจพบการแผ้วถางป่าและปรับพื้นที่ เพื่อรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยว จนส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและชายหาดสาธารณะ
นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ในการบังคับใช้กฎหมาย ให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน โดยไม่คำนึงว่าผู้กระทำผิดจะเป็นผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุนรายใด เพราะทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
“วันนี้เราจึงนำกำลังเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 11 รายการ เพื่อยึดคืนผืนป่าและชายหาดกลับมาเป็นของประชาชน และยืนยันว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินหน้าทวงคืนพื้นที่ของรัฐทุกแห่งอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” นายสุชาติ กล่าว
ด้านนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับสิ่งปลูกสร้างที่ตรวจยึดในปี 2569 จำนวน 11 รายการ ซึ่งได้พ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว จึงสามารถดำเนินการรื้อถอนได้ตามอำนาจแห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบริเวณหาดนุ้ยได้รับความเสียหายจากการบุกรุกรวมประมาณ 15 ไร่ โดยในส่วนของสิ่งปลูกสร้างที่เหลือจากการตรวจยึดในปี 2563 และปี 2567 อีก 39 รายการ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง ซึ่งกรมป่าไม้จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า หลังการรื้อถอนแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ พร้อมพัฒนาเป็นพื้นที่ป่านันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน
“รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะไม่ยอมให้มีการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอีกต่อไป ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นใครหรือมีอิทธิพลเพียงใด ทุกคดีต้องดำเนินการจนถึงที่สุด เพื่อรักษาผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติไว้เป็นมรดกของคนไทยทั้งประเทศ” นายสุชาติ กล่าว
Advertisement