
วันที่ 10 ก.ย. 69 พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ รอง ผอ.ศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.กองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พ.อ.ณัฏฐพล สุนทรนนท์ ผบ.ฉก.ทหารพรานที่ 43 นำกำลังหน่วยปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่ายกว่า 30 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นโรงเรียนดารุดตักวา หมู่ 3 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังได้รับเบาะแสจากแหล่งข่าวในพื้นที่ และข้อมูลจากผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ว่า มีผู้ต้องหาตามหมาย พ.ร.ก. หลบซ่อนตัวอยู่ภายในโรงเรียนดังกล่าว
ในการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้ใหญ่บ้านและผู้นำศาสนาเข้าร่วมเจรจา โดยประกาศให้บุคคลภายในหอพักแสดงตัวและเดินออกมาด้านนอก ซึ่งมีนักเรียนเดินออกมาประมาณ 20 คน จากการตรวจสอบขั้นต้นไม่พบตัวเป้าหมาย จึงทราบว่ายังคงกบดานอยู่ในหอพัก
กระทั่งเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่และผู้นำท้องที่ได้เปิดการเจรจาอีกครั้ง จนกระทั่งผ่านไปราว 30 นาที บุคคลเป้าหมายได้ส่งสัญญาณตะโกนออกมาจากภายในหอพัก และยินยอมเดินชูมือถอดเสื้อนุ่งผ้าโสร่งออกมามอบตัวบริเวณถนนหน้าโรงเรียนโดยไม่มีเหตุรุนแรง
จากการตรวจสอบทราบชื่อคือ นายมูฮัมหมัดฮาฟิก มาหามะ อายุ 29 ปี ชาว อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าตรวจค้นหอพักทั้ง 20 หลัง พบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 บรรจุกระสุน 6 นัด และกระสุนปืนบรรจุกล่องใหม่อีก 50 นัด รวมเป็น 56 นัด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นของตนเอง เบื้องต้นพบว่าเป็นปืนมีทะเบียน คาดว่าได้มาจากการก่อเหตุและลักทรัพย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างนำไปตรวจพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าเคยใช้นำไปก่อเหตุในพื้นที่ใดบ้าง
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายมูฮัมหมัดฮาฟิก ให้การว่า เข้ามาแฝงตัวพักอาศัยในโรงเรียนแห่งนี้นานกว่า 10 วัน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมจึงเกิดความกลัวตายและตัดสินใจมอบตัว
ทั้งนี้จากฐานข้อมูลประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยผ่านการฝึกเชิงรบและเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากประเทศเพื่อนบ้านเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ก่อนเข้าร่วมเป็นกลุ่มติดอาวุธระดับ "เปอร์วีร่า" (วีรบุรุษพลีชีพ) มีความเชื่อมโยงกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี
ทางด้านเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกประมาณ 3-4 คนที่ให้ความช่วยเหลือในการจัดหาที่หลบซ่อน และน่าจะมีแผนเตรียมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งจะได้ขยายผลติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.อ.สฐิรพงษ์ กล่าวว่า จากการซักถาม นายมูฮัมหมัดฮาฟิก ให้การยอมรับว่าได้เข้ามาแฝงตัวพักอาศัยอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้นานกว่า 10 วันแล้ว โดยใช้ชีวิตปะปนกับคนในพื้นที่ตามปกติ พอช่วงเช้ามืดรู้ว่าเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าปิดล้อมและรู้ตัวว่าคงหนีไม่รอด ประกอบกับเกิดความกลัวตาย จึงตัดสินใจเดินออกมามอบตัว จากข้อมูลเชิงลึก พบว่าเคยเดินทางไปเข้ารับการฝึกทางยุทธวิธีหรือเชิงรบ พร้อมกับศึกษาข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ในประเทศเพื่อนบ้านเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน หลังจากนั้นได้เข้ามาร่วมเป็นกลุ่มติดอาวุธที่เรียกว่า 'เปอร์วีร่า' หรือกลุ่มวีรบุรุษพลีชีพ มีประวัติเชื่อมโยงกับการก่อเหตุความไม่สงบหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี
พ.อ.สฐิรพงษ์ กล่าวอีกว่า จากการข่าวและการคุมตัวครั้งนี้ เราเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกประมาณ 3-4 คน ที่รู้เห็นเป็นใจและให้การช่วยเหลือในการเป็นที่หลบซ่อนตัว ซึ่งคาดว่าน่าจะมีแผนเตรียมการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่เร็ว ๆ นี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลจากของกลางอาวุธปืน และนำตัวไปดำเนินกระบวนการซักถามเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement