
(3 ก.ค. 2569) เวลา 15.30 น. ภายหลังได้รับการประสานจาก นายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส เขต4 พรรคภูมิใจไทย ว่ามีกลุ่มประชาชนชาวไทยมุสลิมได้รับความเดือดร้อนจากกรณีซื้อแพ็กเกจและตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย แต่ไม่สามารถเดินทางได้ตามกำหนด นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทันที เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ได้รับผลกระทบด้วยตนเอง พร้อมติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลือและเรื่องราวร้องทุกข์กับทาง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)อย่างเร่งด่วน
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อได้รับการประสานงานและรายงานกรณีดังกล่าว ได้มอบหมายเป็นการด่วนให้ นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ในนาม สคบ. เพื่อประสานการทำงานร่วมกับนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรับฟังข้อร้องเรียน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และอำนวยความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว ตอกย้ำการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การช่วยเหลือและการดำเนินการตามกฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
จากข้อมูลเบื้องต้นของผู้ร้องเรียน ระบุว่า มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 150 คน โดยในจำนวนนี้ มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 58 คน เดินทางมารวมตัวอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะที่อีกประมาณ 77 คน พักอยู่ที่โรงแรมอัลมาซ เพื่อรอความชัดเจนของการเดินทาง
ผู้ร้องเรียนให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้สมัครเข้าร่วมโครงการเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ผ่าน บริษัทแห่งหนึ่ง โดยมีค่าใช้จ่ายของแพ็กเกจประมาณ 40,000 บาทต่อคน แต่เรียกเก็บจากผู้แสวงบุญ คนละ 26,000 บาท พร้อมชี้แจงว่าส่วนค่าใช้จ่ายที่เหลือบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการ ทำให้มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการชำระเงิน ไปยังบัญชีบริษัทและบัญชีของนายหน้า และเดินทางมาจากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส เพื่อพักคอยรอการเดินทางไปแสวงบุญ อย่างไรก็ตามเมื่อถึงกำหนดการเดินทางกลับไม่สามารถเดินทางได้ตามกำหนด ส่งผลให้ผู้สมัครจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน
เบื้องต้น จากข้อมูลของผู้ร้องเรียน ประเมินมูลค่าความเสียหายจากเงินที่ได้ชำระไปแล้ว ประมาณ 3,750,000 บาท ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลที่ผู้ร้องเรียนแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเบื้องต้นพบว่าบริษัทดังกล่าวไม่มีใบอนุญาต
นอกจากนี้ ผู้ร้องเรียนได้แจ้งว่า ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว เพื่อให้ดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย และขอให้มีการไกล่เกลี่ยหรือดำเนินการคืนเงินที่ได้ชำระไปตามสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ และในเบื้องต้นได้มีการจับกุมผู้ต้องหาทันทีพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรวบรวมข้อเท็จจริง รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เบื้องต้นหากพบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงประสานไปยังกระทรวงคมนาคมในการ ช่วยจัดหาพาหนะรับส่งผู้เสียหายกลับภูมิลำเนา
ด้าน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กล่าวว่า สคบ. พร้อมรับข้อมูลจากผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อนำมาตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของ สคบ. และจะประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิและได้รับความเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า "เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อน ผมจึงรีบเดินทางมารับฟังปัญหาด้วยตนเอง เพื่อเร่งประสานทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และดำเนินการตามกฎหมายหากผลการตรวจสอบ ในเบื้องต้นได้ตรวจสอบกับกรมการท่องเที่ยว ปรากฎว่าไม่ใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจพาผู้แสวงบุญไปประกอบพิธีอุมเราะห์ และสำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายนนนั้นได้จัการอำนายความสะดวกในการพาไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจสุวรรณภูมิ และท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้ส่งรถรับ-ส่งพาผู้เสียหายกลับไปยังที่พักในเบื้องต้น"
พร้อมกันนี้ ได้ขอให้ประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์หรือฮัจย์ ตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการว่ามีตัวตนและอนุญาตให้ดำเนินกิจการในรูปแบบที่ถูกต้อง สามารถนำข้อมูลไปตรวจสอบกับทางกรมการท่องเที่ยวเพื่อเป็นการตรวจสอบได้อีกวิธีหนึ่ง และชวนตั้งข้อสังเกตในเรื่องของราคาและรายละเอียดของแพ็กเกจอย่างรอบคอบก่อนชำระเงิน รวมทั้งเก็บเอกสาร หลักฐานการชำระเงิน และข้อมูลการติดต่อไว้ทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดข้อพิพาทหรือได้รับความเสียหาย
นายเจเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ผมเข้าใจดีว่าการเดินทางมาประกอบพิธีอุมเราะห์ไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่เป็นความตั้งใจและความศรัทธาของพี่น้องทุกคน หลายคนเตรียมตัวและเก็บเงินมาเป็นเวลานานเพื่อจะเดินทางไปแสวงบุญสักครั้งในชีวิต วันนี้ผมจึงตั้งใจมารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง และจะประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ และดูแลให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมภายใต้กรอบของกฎหมาย"
พร้อมกันนี้ นายเจเศรษฐ์ ได้กำชับให้ศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และขอให้ประชาชนที่พบเหตุหรือได้รับความเสียหายในลักษณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อแพ็กเกจเดินทาง การใช้บริการนำเที่ยว หรือการทำธุรกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ และอย่าปล่อยให้ปัญหาผ่านไปเพียงลำพัง สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือขอคำปรึกษาได้ทันที
สำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางหรือการประกอบธุรกิจนำเที่ยว สามารถแจ้งข้อมูลและตรวจสอบผู้ประกอบการได้ที่กรมการท่องเที่ยว โทรศัพท์ 0 2141 3200 หรือสายด่วน 1465 ส่วนผู้ที่ชำระเงินแล้วแต่ไม่ได้รับบริการ หรือเห็นว่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรมในฐานะผู้บริโภค สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สายด่วน 1166 เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect เพื่อให้ สคบ. ประสานสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด (สคบ.จังหวัด) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับเรื่อง ให้คำแนะนำ และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเร็ว
นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือขอรับความช่วยเหลือผ่านศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย สายด่วน 1567 หรือศูนย์ดำรงธรรมประจำจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ประสานการช่วยเหลือ และอำนวยความเป็นธรรมแก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว
Advertisement