
วันนี้ (11 สิงหาคม 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่ภาคอีสาน-ภาคเหนือและการเตรียมความพร้อมการรับมือสถานการณ์น้ำ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานงานกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
สำหรับสถานการณ์ในภาคเหนือ จ.เชียงราย จ.พะเยาและแม่น้ำลาว วันนี้มีการส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ไป ส่วนภาคอีสาน ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำโขงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงของการเฝ้าระวังในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ส่วนการรับมือแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เรามีการซ้อมกันมาหลายรอบมาก และกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดรวมถึงประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นท้องถิ่นให้คอยเฝ้าระวัง เพราะหากมีสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีการออก Cell Broadcast มีการใช้ระบบการแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์หมู่บ้าน หอกระจ่ายข่าว และผู้นำชุมชนที่ออกไปประชาสัมพันธ์ และเริ่มตามแผนอพยพในทุกพื้นที่
ส่วนมีพื้นที่ไหนต้องมีการรับมือและเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่นั้น นายเจเศรษฐ์ บอกว่า อย่างที่ตนได้บอกไปเมื่อสักครู่ ว่าตอน 11.20 น. ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออก Cell Broadcast ไปในพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย แม่น้ำลาว และที่ จ.พะเยา จึงอยากขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนว่าเมื่อไหร่ที่ได้รับข้อความแจ้งเตือนสถานการณ์ โดยเฉพาะ Cell Broadcast ก็ขอให้เริ่มปฏิบัติการตามแผนซักซ้อม โดยให้ความร่วมมือกับทางผู้นำท้องถิ่นท้องที่ ที่จะเข้าไปดูในเรื่องของผู้ป่วยติดเตียงหรือการเคลื่อนย้ายยานพาหนะต่างๆ
เมื่อถามว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ บอกว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคน ที่ดูแลเรื่องน้ำท่วมทั้ง 4 ภาค เข้าไปกำกับดูแลในส่วนของน้ำท่วม น้ำแล้ง ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย และวันนี้รองนายกรัฐมนตรีก็ได้ทำรายงานกลับมาที่ ครม. ในเรื่องของสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็จะสามารถจัดสรรงบประมาณในส่วนของรองนายกรัฐมนตรี สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินอีกคนละ 100 ล้านบาทเพื่อมาซัพพอร์ตในพื้นที่ที่ได้รับอุทกภัย แล้วก็เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์น้ำแล้งครับ
นายเจเศรษฐ์ หวังว่าจะเป็นการใช้เม็ดเงินในส่วนของการสนับสนุนพี่น้องประชาชน เพราะอาจจะมีการติดขัดในเรื่องของการขุดลอกทางระบายน้ำ การสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราว และเม็ดเงินตรงนี้ก็สามารถจะลงไปขับเคลื่อนได้ รวมถึงต่อเนื่องไปยังการรองรับสถานการณ์น้ำแล้ง
ทั้งนี้ในช่วงสถานการณ์น้ำหลาก มีฝนตกชุกชุมในบางพื้นที่ แต่แน่นอนว่าในช่วงปลายปีนี้ และต้นปีหน้าเราจะเข้าสู่สถานการณ์น้ำแล้ง ในแต่ละพื้นที่นายกฯได้กำชับให้เตรียมหาที่เก็บมวลน้ำเพื่อที่จะช่วยมาบรรเทาสถานการณ์ภัยแล้งในช่วงต้นปีหน้า
Advertisement