
วันที่ 10 มิ.ย. 69 นายพีรวัส สมวงศ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้งว่า เรื่องนี้รัฐบาลจะตอบเพียงว่าให้ยึดเอกสารเป็นหลักไม่ได้ เพราะเอกสารอาจผ่านในห้องราชการ แต่ความเสี่ยงตกอยู่บนหัวประชาชนทั้งประเทศ
วันนี้สังคมไม่ได้ถามแค่ว่าโรงงานผ่านเงื่อนไขหรือไม่ แต่ถามว่าเหล็กผ่านจริงหรือแค่เอกสารผ่าน และเหตุใดโรงงานที่เคยเป็นข้อกังขาใหญ่ของประเทศ จึงกลับมาเดินเครื่องได้ ทั้งที่ยังไม่มีใครออกมาชี้แจงต่อสาธารณะให้หมดข้อสงสัย
“ถ้าทุกอย่างโปร่งใส นายกรัฐมนตรีต้องออกมาตอบด้วยตัวเอง ใครตรวจ ใครรับรอง ผลตรวจอยู่ที่ไหน มีผู้เชี่ยวชาญอิสระหรือไม่ และหลังเปิดโรงงานแล้ว จะสุ่มตรวจเหล็กอย่างไร อย่าให้ประชาชนรู้สึกว่า ถ้าเป็นคนจนทำผิดนิดเดียวถูกไล่บี้ถึงหน้าบ้าน แต่ถ้าเป็นทุนใหญ่ มีเงินก้อนใหญ่ มีสายสัมพันธ์ใหญ่ กลับมี ‘ไอ้โม่ง’ คอยวิ่งเต้น คอยเปิดประตู คอยปูพรมแดงให้เดินผ่านแบบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม” นายพีรวัส กล่าว
นายพีรวัส กล่าวต่อว่า เหล็กไม่ใช่สินค้าธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในบ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล สะพาน และอาคารสาธารณะ หากเหล็กไม่ได้มาตรฐาน คนที่รับเคราะห์ไม่ใช่คนเซ็นเอกสาร แต่คือประชาชน ลูกหลาน และคนหาเช้ากินค่ำที่ไม่มีโอกาสรู้เลยว่าโครงสร้างเหนือศีรษะของตนปลอดภัยจริงหรือไม่
“รัฐบาลอย่าใช้คำว่าผ่านเกณฑ์เป็นผ้าคลุมทุกปัญหา เพราะคำนี้ไม่ได้ล้างข้อสงสัย ไม่ได้ล้างประวัติ และไม่ได้ล้างความรับผิดชอบ ถ้าปลอดภัยจริงก็เปิดผลตรวจทั้งหมด ถ้าโปร่งใสจริงก็ให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระตรวจซ้ำ อย่ากลัวแสงสว่าง เพราะแสงสว่างเท่านั้นที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการที่ถูกต้อง หรือเป็นเพียงเงาของไอ้โม่งที่อยู่หลังม่านอำนาจ” นายพีรวัส กล่าว
รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องชี้แจงว่า การปลดล็อกครั้งนี้เป็นไปตามหลักวิชาและกฎหมายจริงหรือไม่ หรือมีแรงกดดันจากอำนาจบางกลุ่มคอยผลักดันอยู่เบื้องหลัง เพราะเมื่อรัฐบาลเงียบ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ประชาชนจะสงสัยว่า มีการวิ่งเต้น ใช้อิทธิพล หรือใช้เงินจำนวนมากเพื่อล็อบบี้ผู้มีอำนาจหรือไม่
“นี่ไม่ใช่ข้อกล่าวหา แต่เป็นคำถามที่เกิดจากความเงียบของรัฐบาล ถ้าไม่มีอะไรต้องปิดบัง นายกฯ ต้องออกมาตอบ ไม่ใช่ปล่อยให้เอกสารพูดแทนความจริง และไม่ใช่ปล่อยให้ ‘ไอ้โม่ง’ กลายเป็นผู้มีอำนาจตัวจริงเหนือระบบราชการไทย” นายพีรวัส กล่าว
นายพีรวัส ย้ำว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ขัดขวางผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่อาจยอมให้ความปลอดภัยของประชาชนถูกนำไปแลกกับความสะดวกของทุนใหญ่ และไม่ยอมให้ระบบราชการกลายเป็นตรายางให้ใครเดินเครื่องได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม
“ประเทศนี้ต้องไม่มีมาตรฐานสองชั้น ชั้นหนึ่งสำหรับคนจนที่ถูกตรวจทุกเม็ด ถูกบี้ทุกใบอนุญาต แต่อีกชั้นหนึ่งสำหรับทุนใหญ่ที่มีไอ้โม่งคอยเปิดทางให้ หากรัฐบาลยังปล่อยให้ภาพนี้เกิดขึ้น ก็เท่ากับบอกประชาชนว่า กฎหมายไทยแข็งกับคนเล็ก แต่อ่อนยวบกับคนมีอำนาจ” นายพีรวัส กล่าว
นายพีรวัส กล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีซิน เคอ หยวน ยังไม่จบ ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่เปิดข้อมูลทั้งหมด ตราบใดที่นายกรัฐมนตรีไม่กล้าออกมาตอบคำถาม และตราบใดที่ประชาชนยังสงสัยว่าเหล็กผ่านจริงหรือแค่เอกสารผ่าน ฝ่ายค้านจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ถูกกลบใต้โต๊ะราชการอย่างแน่นอน
“เหล็กหนึ่งเส้นไม่ได้แบกแค่เสาและคาน แต่มันแบกชีวิตคน แบกครอบครัว และแบกศรัทธาของประชาชนต่อรัฐ ถ้านายกฯ ยังตอบไม่ได้ว่าใครอยู่หลังการปลดล็อกครั้งนี้ ก็อย่าเพิ่งบอกให้ประชาชนเชื่อ เพราะวันนี้ประชาชนไม่ได้ต้องการคำปลอบใจจากรัฐบาล แต่ต้องการความจริง และต้องการเห็นหน้าไอ้โม่งที่คอยบงการอยู่หลังม่าน” นายพีรวัส กล่าว
Advertisement