
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายว่า จากการอภิปรายที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า มีการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เป็นการศึกษาจากคนละขั้วความเห็น กลุ่มที่เป็นนักวิชาการหรืออาจารย์จากมหาวิทยาลัย ต่างก็ไม่เห็นด้วย แต่กระทรวงคมนาคมกลับเห็นด้วยกับผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้รัฐบาลนำข้อมูล และข้อเสนอที่ฝ่ายสำนักวิชาการของรัฐสภาศึกษามา เตือนสติต่อคณะกรรมการที่นายกฯ ลงนามแต่งตั้งเพื่อศึกษาโครงการนี้ โดยข้อเสนอแนะมีอยู่ 3 ข้อ ได้แก่
1. รัฐบาลควรดำเนินการภายใต้แนวคิด "คิดช้า ทำเร็ว" ไม่ควรเร่งรัดผลักดันโครงการ เพื่อให้เกิดการลงทุน ไม่อย่างนั้นคนที่จะได้ทุน จะเป็นกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่ง ที่เคยได้สัมปทานผูกขาด จากโครงการก่อสร้างของรัฐบาลที่ผ่านา ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ยังอยู่ในรัฐบาลอยู่ ดังนั้น ควรศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
2. รัฐบาลควรนำผลการศึกษามาสรุป พิจารณา และเปรียบเทียบกับข้อมูลอื่นๆ เพื่อให้เกิดความแตกต่างกันที่สุด และต้องศึกษาด้วยข้อมูลที่ถูกต้องก่อนจะดำเนินโครงการ
3. ไม่ควรกำหนดโครงการแลนด์บริจด์เป็นเป้าหมายหลักตั้งแต่ต้น แต่ควรวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในบริบทเศรษฐกิจโลก ว่าไทยควรเชื่อมโยงกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างไร ไม่ใช่เอาโครงการก่อสร้างมานำหน้า
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการพัฒนา แต่อยากให้เปลี่ยนมุมมองต่อโครงการแลนด์บริดจ์ จากทางผ่านของเรือ เป็นอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และคำนึงถึงการสร้างระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม ผสมผสานกับท่าเรือ ระนอง-ชุมพร รวมถึงนิคมอุตสาหกรรม เชื่อมโยงกับประเทศจีน-ลาว ทั้งนี้ มีสิ่งหนึ่งที่ตนเป็นห่วงคือ คณะกรรมการที่นายกฯ แต่งตั้งให้ศึกษาโครงการนี้ เต็มไปด้วยข้าราชการ เต็มไปด้วยข้าราชการและบุคคลที่สามารถสั่งการได้ โดยมีตำแหน่งราชการทั้งหมด ทั้งที่โครงการนี้เป็นโครงการมหาชน ใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้น คณะกรรมการควรจะต้องฟังความเห็นจากประชาชน
พ.ต.อ.ทวี ยังยกตัวอย่างถึงบทเรียนความผิดพลาดของรัฐบาลในอดีต ที่มอบให้ข้าราชการและกระทรวงคมนาคม รับผิดชอบในโครงการขนาดใหญ่ คือกรณีรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน จำนวนเงิน 170,000 กว่าล้านบาท มีทั้งหมด 14 สัญญา แต่ปรากฏว่าในระหว่างการก่อสร้าง กลับไปออกแบบทับซ้อนกับโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน จนทำให้ทุกวันนี้ยังสร้างไม่ได้ หรือแม้แต่การก่อสร้างในช่วงจังหวัดอยุธยา องค์การยูเนสโกก็ได้ทำหนังสือว่า เป็นการสร้างทับบนพื้นที่มรดกโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ เกิดจากการเชื่อความคิดของคนที่รับคำสั่งจากรัฐบาล
พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนพยายามที่จะคิดว่า คนในสามจังหวัดชายแดนใต้ จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้บ้างหรือไม่ แต่พบว่าไม่สักนิดเลย เพราะเราไม่ได้มีการตั้งเป้าวางยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน และตนเชื่อว่าวันนี้ประชาชนตื่นรู้แล้ว และคงไม่ให้ผู้มีอำนาจเอาอิทธิพลและผลประโยชน์มาใช้ในการศึกษาโครงการนี้
Advertisement