
(15 พ.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อาคารรัฐสภา ว่า มีรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ล่าสุดได้ปรากฏรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว โดยมี นายรังสิมันต์ โรม รับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ สำหรับการจัดสรรตำแหน่งรองประธานทั้ง 4 ลำดับ ได้แก่ นายปิยรัฐ จงเทพ (รองประธานคนที่ 1), นายศุภชัย ใจสมุทร (รองประธานคนที่ 2), นายองอาจ วงศ์ประยูร (รองประธานคนที่ 3) และ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี (รองประธานคนที่ 4) มี นายรอมฎอน ปันจอร์ รับหน้าที่เลขานุการฯ ขณะที่ตำแหน่งโฆษกคณะกรรมาธิการ คือ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล และ นางสาววันทรีธิดา อติชะ
นอกจากนี้ ในรายชื่อยังปรากฎบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและกฎหมายเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการและที่ปรึกษาอีกหลายท่าน อาทิ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ, รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล และ นายณัฏฐชนน ศรีก่อเกื้อ ฯลฯ
สำหรับ บรรยากาศการประชุมคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน นัดแรก เมื่อเวลา 09.30 ที่ผ่านมา นายรังสิมันต์ โรม รับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ ระบุว่า บทบาทของคณะกรรมาธิการถือเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย โดยมีเป้าหมายหลักคือการรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นของการประชุม ได้มีการพิจารณาเรื่องการกำหนดวันและเวลาสำหรับการนัดหมายประชุมในครั้งต่อๆ ไป ทุกวันพฤหัสบดี ในช่วงบ่าย เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครบถ้วนตามระเบียบวาระ
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เป็นกลไกให้ สส. รวมกลุ่มกันตั้งเป็นคณะทำงานเพื่อศึกษา หรือสอบหาข้อเท็จจริงเรื่องใดๆ และรายงานให้สภาทราบภายในเวลาที่กำหนด ตลอดจนทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลรวมถึงหน่วยงานต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารประเทศ ตามมาตรา 129 แห่งรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ซึ่งสามารถใช้อำนาจกรรมาธิการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้เต็มที่ ตลอดจนเรียกเอกสาร ข้อมูล หรือเชิญบุคคลต่างๆ มาชี้แจงได้ ตั้งแต่ข้าราชการจนถึงตำแหน่งระดับสูงอย่างบรรดารัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เตรียมเข้าตรวจเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ในวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญอย่างเข้มข้นต่อไป
Advertisement