
ที่วัดบ้านหนองเขื่อนช้าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม ครอบครัวของนางสาวลดาวัลลิ์ เนตรโสภาหรือน้องแพร อายุ 20 ปี เป็นอีกหนึ่งในผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ไฟไหม้ผับโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งน้องแพร เสียชีวิตอยู่บริเวณห้องน้ำที่มีการพบศพผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
โดยมูลนิธืป่อเต็กตึ๊งได้นำร่างของน้องแพร มาถึงบ้านเกิดที่จังหวัดมหาสารคาม เมื่อช่วงเวลากลางดึกที่ผ่านมา โดยครอบครัวได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่วัด เนื่องจากบ้านอยู่ห่างจากชุมชน อาจทำให้เพื่อนบ้านเดินทางไม่สะดวกจึงได้มาจัดงานที่วัด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้ามีญาติและเพื่อนๆที่ทราบข่าวเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย
นางสาวสุกัญญา เสนา ผู้ใหญ่บ้านดอนตาล หมู่19 ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า น้องแพรเป็นเด็กน่ารัก ขยันเป็นจิตอาสา เป็นเด็กกิจกรรมในชมรมแกนนำเยาวชนตาวิเศษของหมู่บ้าน ช่วยงานชุมชนมาตลอดเป็นเด็กเรียนดี ช่วงเวลาที่น้องเรียน หากมีเวลาว่างน้องก็จะออกไปรับจ้าง หาเงินช่วยพ่อกับปู่บ้านน้องมีด้วยกัน 4 คนมีพ่อ ปู่ พี่สาว และน้องแพร
ซึ่งถือเป็นเด็กสู้ชีวิต มีอะไรก็จะช่วยเหลืองานของชุมชนตลอด น้องเคยไปนมตามสี่แยกไฟแดง เวลาน้องเรียนก็จะมีบางช่วงที่หายไป ก็พบว่าน้องไปรับของมาขาย หารายได้ พอน้องจบม.6ก็ไม่ได้ติดตามข่าวแต่ก็ทราบว่าน้องไปเรียนต่อ ม.รามที่กรุงเทพฯ เพื่อที่จะได้เรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยหาเงินส่งกลับมาให้พ่อกับปู่ใช้ รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะน้องแพรเพิ่งจะได้มีหน้าที่การงานที่ดีเรียนก็ดี เสียใจที่สูญเสียสมาชิกของหมู่บ้าน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเยียวยาครอบครัวของน้องให้ถึงที่สุด เพราะหากน้องยังอยู่ น้องก็ยังสามารถทำงานหาเงินได้อีกมาก สามารถดูแลปู่ ดูแลพ่อได้
ด้านนางสาวลักขณา เนตรโสภา หรือน้องแก้ม พี่สาวของน้องแพรกล่าวว่า หลังจากน้องเรียนจบ ก็พากันเข้ากรุงเทพฯ ไปเรียน ม.รามคำแหง ไปหาเช่าห้องอยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยฯ เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย
วันเกิดเหตุน้องมาขอไปเที่ยวกับเพื่อน ก็ไม่ได้เอะใจ ตอนแรกน้องขอไปเที่ยวที่ร้านป.กุ้งเผา ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ไม่รู้ว่าทำไมน้องถึงไปที่ร้านที่เกิดเหตุ กระทั่งเพื่อนของน้องโทรมา ตนก็รีบออกไปที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าก็เลยไปที่ สน.พหลโยธิน ไปขอเจ้าหน้าที่ตำรวจดูรูปผู้เสียชีวิต
วันนั้นน้องใส่เดรสสีแดง รองเท้าส้นสูง พอดูภาพแล้ว ก็เป็นน้องจริงๆ สภาพน้องเหมือนคนนอนหลับ ไม่มีร่องรอยไฟไหม้ จากนั้นก็ไปที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อไปเก็บDNAของแม่ ลางสังหรณ์ก่อนเกิดเหตุ คือ ปกติแล้วตนเองจะปิดเสียงโทรศัพท์นอน
แต่คืนนั้นตนเปิดเสียงเรียกเข้าดังมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งตนและน้องสาวก็เหมือนเป็นเสาหลักของบ้าน แต่ละเดือนส่งเงินกลับบ้านมาให้พ่อกับปู่เดือนละ10,000 บาท ตอนนี้ไม่มีน้อง ตนยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป ยังทำใจไม่ได้เพราะอยู่กับน้องทุกวัน อยากให้ทางร้านรับผิดชอบเยียวยาให้มากที่สุด
Advertisement