
20 ก.ค. 69 นายกองตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์พรรคกล้าธรรม พร้อมทีมธนกฤต จิตอาสา ในนามตัวแทนมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าพบ พลตรีณรงค์ ภักดีศุภผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อหารือแนวทางการรักษาและการให้ความช่วยเหลือ นางสาวอุ้ย บางมณีจัน อายุ 26 ปี แรงงานชาวลาวที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยประกอบอาชีพเป็นแม่บ้านดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว และเป็นผู้บาดเจ็บอาการสาหัส (เคสสีแดง)
จากการหารือพบว่า ผู้บาดเจ็บมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมีค่าใช้จ่ายเร่งด่วนประมาณ 60,000 บาท และต้องวางเงินมัดจำก่อนเข้ารับการผ่าตัดจำนวน 37,000 บาท ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลสะสมตั้งแต่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าจนถึงปัจจุบันอยู่ที่กว่า 58,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีภาระค่ารักษาพยาบาลค้างชำระจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกที่เข้ารับการรักษาในคืนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นการส่งตัวตามสิทธิ์การรักษา โดยมีค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 550,000 บาท และยังคงค้างชำระอีกประมาณ 118,834 บาท
ด้านนางสมมีไช ไชปันยา อายุ 41 ปี มารดาของผู้บาดเจ็บ ซึ่งเดินทางมาจากแขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่า ปัจจุบันไม่มีเงินเพียงพอสำหรับชำระค่ารักษาพยาบาล ขณะที่บุตรสาวมีกำหนดเข้ารับการผ่าตัดในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยอุปสรรคสำคัญคือ ผู้บาดเจ็บเป็นชาวต่างชาติ จึงไม่สามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (30 บาทรักษาทุกที่) ได้ อีกทั้งยังไม่สามารถประเมินได้ว่าการรักษาจะต้องใช้ระยะเวลานานเพียงใด และจะมีค่าใช้จ่ายรวมเท่าใด
นายกองตรีธนกฤต เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาในฐานะตัวแทนมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า หลังได้รับการประสานขอความช่วยเหลือกรณีของนางสาวอุ้ย ซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ โดยในช่วงแรกที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ผู้บาดเจ็บมีอาการวิกฤตอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยสีแดง และมีค่ารักษาพยาบาลสูงกว่า 500,000 บาท ทำให้มารดาต้องพยายามรวบรวมเงินจากครอบครัวในประเทศลาว ก่อนนำมาชำระค่ารักษาได้เพียงบางส่วน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังคงมีหนี้ค่ารักษาค้างชำระอยู่กว่า 118,000 บาท
ต่อมา ผู้บาดเจ็บได้ถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และมีกำหนดเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกประมาณ 60,000 บาท โดยต้องวางเงินมัดจำล่วงหน้า 37,000 บาท ตามเงื่อนไขของโรงพยาบาล เนื่องจากผู้บาดเจ็บไม่มีสิทธิรักษาพยาบาลแบบเดียวกับคนไทย จึงทำให้เกิดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย
นายกองตรีธนกฤต กล่าวว่า ได้หารือกับ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อขอสนับสนุนเงินจากมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ในการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเบื้องต้น และได้รับมอบหมายให้เข้าหารือกับคณะแพทย์เพื่อรับทราบแนวทางการรักษา โดยยืนยันว่าขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิตของผู้บาดเจ็บก่อน
ภายหลังการหารือกับแพทย์ผู้รักษา ได้รับแจ้งว่า อาการของผู้บาดเจ็บเริ่มดีขึ้น จากเดิมที่อยู่ในกลุ่มผู้ป่วยสีแดง ขณะนี้อาการลดระดับลงมาอยู่ในกลุ่มสีเหลือง อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติม เนื่องจากบาดแผลไฟไหม้ทำให้เกิดเนื้อเยื่อเสียหายและมีเนื้อตายหลายจุด จึงต้องใช้เวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากปัญหาค่ารักษาพยาบาลแล้ว นายกองตรีธนกฤต ระบุว่า มารดาของผู้บาดเจ็บไม่มีที่พักอาศัยในกรุงเทพมหานคร ต้องเช่าโรงแรมพักรายวันเพื่อเฝ้าดูแลบุตรสาว ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงอยู่ระหว่างวางแผนประสานงาน หากอาการของผู้บาดเจ็บดีขึ้นและสามารถเคลื่อนย้ายได้ อาจส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สามารถเข้าถึงงบประมาณและมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐได้มากขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงกรณีที่ทนายความของโรงเบียร์ระบุว่าจะมีการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบรายละ 10,000 บาท โดยเห็นว่าหากมีการช่วยเหลือก็ควรเร่งดำเนินการ เพราะครอบครัวของผู้บาดเจ็บกำลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก
นอกจากนี้ ได้ประสานให้มารดาของผู้บาดเจ็บยื่นขอรับเงินเยียวยาจากกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงสิทธิความช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการพิจารณา เนื่องจากครอบครัวกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก
ด้านนางสมมีชัย ชัยปัญญา มารดาของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งใจต่อความช่วยเหลือที่ได้รับจากมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ผ่านมาได้ติดตามข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และมีความกังวลจากกระแสความคิดเห็นบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บที่เข้าไปใช้บริการภายในร้าน จึงเกรงว่าบุตรสาวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่มีอาการบาดเจ็บสาหัส
นางสมมีชัย กล่าวว่า บุตรสาวเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบอาชีพดูแลผู้สูงอายุในย่านลาดปลาเค้า โดยนายจ้างได้จัดทำประกันสุขภาพให้เป็นเวลาประมาณ 2 ปี และที่ผ่านมาใช้สิทธิรักษาพยาบาลตามปกติ ส่วนระหว่างที่บุตรสาวรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตนเองและญาติต้องพักอยู่ใกล้โรงพยาบาล โดยเช่าโรงแรมพักรายวัน ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก การได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิในครั้งนี้จึงทำให้รู้สึกอุ่นใจ แม้ตนจะเป็นชาวต่างชาติก็ตาม
นายกองตรีธนกฤต ยังฝากถึงผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ (อินฟลูเอนเซอร์) ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นตำหนิผู้ที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงและไม่เห็นด้วยกับการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยระบุว่า ขณะนี้ผู้เสียหายได้มีการพูดคุยหารือกันแล้ว และอาจพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่มีการแสดงความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว
ส่วนมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ นายกองตรีธนกฤต กล่าวว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จะพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยกรณีผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือในส่วนของค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดได้ ซึ่งมีหลายช่องทางในการขอรับการเยียวยาและความช่วยเหลือจากภาครัฐต่อไป
Advertisement