Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นักวิชาการจุฬาฯ กางโพยแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงหนุนคนใต้ 67%

นักวิชาการจุฬาฯ กางโพยแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงหนุนคนใต้ 67%

7 พ.ค. 69
08:56 น.
แชร์

นักวิชาการจุฬาฯ กางโพยแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงหนุนคนใต้ 67% คือแต้มต่อมหาศาล เตือนรัฐบาลอย่าทำเสียของ ย้ำต้องโปร่งใส-ยึดสิ่งแวดล้อมเป็นแกนหลักก่อนพัง 

วันที่ 7 พ.ค. 69 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า เป็น “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ โดยผลสำรวจของ NIDA Poll ล่าสุดสะท้อนว่า ประชาชนในภาคใต้ถึง 67.22% เห็นด้วยกับโครงการ ซึ่งถือเป็น “ทุนทางสังคม” ที่หาได้ยากสำหรับโครงการขนาดใหญ่ 

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ควรทำหรือไม่” แต่คือ “จะทำอย่างไรไม่ให้เสียของ” โดยมองว่า การได้รับเสียงสนับสนุนจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ถือเป็นจุดตั้งต้นที่ดีทางนโยบาย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเดียวกันชี้ให้เห็นว่า กว่า 54% ของประชาชนยังเข้าใจโครงการเพียงเล็กน้อย ขณะที่ผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งมีเพียงส่วนน้อย 

“นี่คือทั้งโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน” ดร.สติธร กล่าวพร้อมอธิบายว่า แม้รัฐบาลจะมีฐานความไว้วางใจเบื้องต้น แต่ความไว้วางใจที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความเข้าใจที่ชัดเจน ย่อมมีความเปราะบาง และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากไม่สามารถตอบคำถามของสังคมได้อย่างตรงไปตรงมา 

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังสะท้อนความกังวลของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ 38.03% ผลกระทบต่อชุมชน 29.71% และความโปร่งใส 25.81% ซึ่งสะท้อนว่า ประชาชนไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่ต้องการการพัฒนาที่มีคุณภาพ 

ดร.สติธร เตือนว่า หากรัฐอ่านสัญญาณเหล่านี้ผิด โครงการแลนด์บริดจ์อาจเผชิญปัญหาเช่นเดียวกับโครงการขนาดใหญ่ในอดีตที่จบลงด้วยความขัดแย้ง แต่หากตีความได้ถูกต้อง ความกังวลดังกล่าวจะกลายเป็นเข็มทิศสำคัญในการออกแบบนโยบาย 

ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางสำคัญ 4 ประการเพื่อสร้างความชอบธรรมให้โครงการในระยะยาว ได้แก่ 

ประการแรก รัฐต้องยกระดับการสื่อสารจากการให้ข้อมูลทางเดียว ไปสู่การสร้างพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผ่านการเปิดเผยข้อมูลและตอบข้อสงสัยอย่างตรงไปตรงมา 

ประการที่สอง ความโปร่งใสต้องถูกออกแบบเป็นกลไกเชิงสถาบัน เช่น การมีคณะกรรมการตรวจสอบที่มีภาคประชาชนและนักวิชาการเข้าร่วม รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นระบบ 

ประการที่สาม ต้องทำให้ประชาชนในพื้นที่เป็น “ผู้ได้ประโยชน์” ไม่ใช่เพียง “ผู้เสียสละ” ผ่านการชดเชยที่เป็นธรรม การลงทุนในชุมชน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น 

และประการสุดท้าย ต้องยกระดับมิติสิ่งแวดล้อมให้เป็นแกนหลักของโครงการ โดยดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ตามมาตรฐานสากล และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส 

ดร.สติธร กล่าวทิ้งท้ายว่า ในภาพรวม โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็น “หมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์” ที่อาจกำหนดบทบาทของไทยในระบบเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกในอนาคต 

“เสียงสนับสนุน 67.22% คือโอกาส แต่การรักษาเสียงนั้นไว้ คือบททดสอบที่แท้จริงของรัฐบาล”

Advertisement

แชร์
นักวิชาการจุฬาฯ กางโพยแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงหนุนคนใต้ 67%