
วันที่ 24 เม.ย. 69 นาย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม และ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” ระบุว่า จากกระแสไวรัลที่เป็นข่าวลือหนาหูเรื่อง "การแย่งชิงรหัสนิวเคลียร์"ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเหล่าขุนพลในเพนตากอน
หลายคนอาจจะเห็นแค่คลิปเลโก้ของอิหร่านหรือสรุปสั้นๆ ใน TikTok แต่ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ผมขอพาไปเจาะลึกถึง "ต้นเรื่อง" ที่มาจากคลิปสัมภาษณ์จริง เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นหลังม่านการเมืองโลกครับ
1. เจาะลึก 'คำพูด' ต้นเรื่อง: ใครพูดอะไร?
ชนวนเหตุนี้เริ่มมาจากคลิปสัมภาษณ์ของ Larry C. Johnson อดีตนักวิเคราะห์ CIA ในรายการ Judging Freedom ซึ่งเขาอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าววงในถึงเหตุการณ์คืนวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา โดย Johnson บรรยายภาพที่น่าตกใจว่า: มี "รายงาน" ว่าทรัมป์ต้องการเข้าถึง รหัสสั่งการนิวเคลียร์ เพื่อใช้จัดการกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (อิหร่าน)
พลเอก แดน เคน (General Dan Caine) ประธานคณะเสนาธิการร่วม คือผู้ที่ "ลุกขึ้นยืน" และปฏิเสธคำร้องขอนั้นโดยตรง
รายละเอียดที่น่าสนใจคือ Johnson ระบุว่า พลเอกเคนเดินออกจากห้องประชุมด้วยอาการ "ก้มหน้า" (Head down) ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันมหาศาล และการตัดสินใจที่ชี้เป็นชี้ตาย
2. เสียงสะท้อนจากอเมริกา: ไม่ใช่ความกลัว แต่คือความหวัง?สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวข่าวลือ คือ "ปฏิกิริยาของชาวอเมริกัน" ครับ ในโซเชียลมีเดียฝั่งตะวันตกตอนนี้ เราเริ่มเห็นกระแสที่ไม่ได้ตื่นตระหนกเพียงอย่างเดียว แต่กลับมีความรู้สึก "เบาใจ" (Relief) แทรกอยู่
ประชาชนจำนวนมากแสดงความเห็นในเชิงบวกต่อเหล่าขุนพลทหาร โดยเฉพาะ General Caine ที่กล้ายืนหยัดเพื่อ "ระบบ" และ "ความปลอดภัยโลก" มากกว่าการแค่ตอบรับคำสั่ง (Yes Man) ไปเสียทุกอย่าง เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าในระบอบประชาธิปไตยที่มีอาวุธร้ายแรงครอบครองอยู่ ระบบ Check and Balance ภายในกองทัพยังคงทำงานอยู่จริง และทหารยังมี "กระดูกสันหลัง" ในการปกป้องรัฐธรรมนูญ
3. มุมมองนักยุทธศาสตร์: ข่าวลือ หรือ ข่าวกรอง?
แม้ทางเพนตากอนและทำเนียบขาวจะยังไม่ออกมายืนยัน (ซึ่งปกติเรื่องระดับนี้เขาก็ปิดกันสุดชีวิตอยู่แล้ว) แต่ในทางยุทธศาสตร์ ข้อมูลลักษณะนี้มักไม่เกิดขึ้นมาลอยๆ:Deterrence (การป้องปราม): การมีข่าวหลุดว่าทหาร "เบรก" ผู้นำ อาจเป็นการส่งสัญญาณไปทั่วโลกว่า "สหรัฐฯ จะไม่ทำอะไรที่วู่วามเกินเหตุ"
Internal Power Struggle: แสดงถึงรอยร้าวหรือการต่อรองอำนาจภายในระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคง
บทวิเคราะห์โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน สำหรับผม เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมของการวิเคราะห์ข้อมูลในยุคสงครามข่าวสารครับ เราอาจจะไม่เห็นหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรว่ามีการแย่งกระเป๋านิวเคลียร์กันจริงหรือไม่ แต่มวลรวมของสถานการณ์ ภาษากายของผู้นำ และการเคลื่อนไหวในวงใน มันบ่งบอกว่ามี "แรงกระเพื่อม" บางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน
เหมือนที่โบราณว่าไว้ครับ เรื่องใหญ่ระดับโลกขนาดนี้ "ไม่มีมูล หมาไม่ขี้"
ความชัดเจนคงจะตามมาในไม่ช้า แต่สิ่งที่ชัดเจนแล้วคือ... ในสายตาชาวโลกและชาวอเมริกัน การมีนายพลที่กล้าพูดคำว่า "ไม่" ในเวลาที่เหมาะสม คือฮีโร่ที่พวกเขาต้องการมากที่สุดในเวลานี้ครับ
คุณเชื่อในคำว่า 'ไม่มีมูล หมาไม่ขี้' กับกรณีนี้มากน้อยแค่ไหน? หรือคิดว่านี่คือแผนการทำ Information War อย่างสมบูรณ์แบบ? ฝากกด Like และ Share มุมมองของคุณออกไปให้เพื่อนๆ ได้ร่วมวิเคราะห์กันด้วยครับ
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน”
Advertisement