
เกิดกระแสความตึงเครียดระดับโลก เมื่อทางการวาติกันออกมาตอบโต้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเผ็ดร้อน หลังผู้นำสหรัฐฯ เปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ผู้นำสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก โดยระบุว่าท่าทีของทรัมป์คือความพยายามโจมตี "เสียงทางศีลธรรม" ที่เขาไม่สามารถบงการได้
อันโตนิโอ สปาดาโร เจ้าหน้าที่ระดับสูงของวาติกัน ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ชี้ให้เห็นว่า การที่ทรัมป์ออกมาโจมตีโป๊ปนั้น ไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นความพยายามที่จะดึงให้ผู้นำศาสนาหันมาใช้ "ภาษาทางการเมือง" ที่เขาสามารถควบคุมได้ ในขณะที่โป๊ปเลโอที่ 14 ทรงยึดมั่นในแนวคิดสันติภาพที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอำนาจ ความมั่นคง หรือผลประโยชน์แห่งชาติของประเทศใดประเทศหนึ่ง
ความบาดหมางครั้งนี้ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากโป๊ปเลโอที่ 14 ซึ่งทรงเป็นพระสันตะปาปาเชื้อชาติอเมริกันพระองค์แรก ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างชัดเจน พร้อมทั้งตำหนิถ้อยคำข่มขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าเป็นสิ่งที่ "ไม่อาจยอมรับได้"
ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ด้วยการให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่า "ผมไม่ใช่แฟนคลับของโป๊ปเลโอ" พร้อมทั้งวิจารณ์จุดยืนของพระองค์ในเรื่องการต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์อย่างรุนแรง
ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ยังคงเดินหน้าภารกิจทางศาสนจักร โดยมีกำหนดการเสด็จเยือน 4 ประเทศในทวีปแอฟริกา ได้แก่ แอลจีเรีย, แคเมอรูน, แองโกลา และอิเควทอเรียลกินี ซึ่งการเยือนครั้งนี้จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เนื่องจากพระองค์จะเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่เสด็จเยือนประเทศแอลจีเรีย
Advertisement