
(3 เมษายน 2569) รัฐสภาเมียนมามีมติเสียงส่วนใหญ่โหวตเลือก พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 11 อย่างเป็นทางการในวันนี้ นับเป็นการเปลี่ยนผ่านบทบาทจากผู้นำสูงสุดทางทหารสู่ผู้นำรัฐบาลพลเรือน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชาติตะวันตกที่มองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงความพยายามสร้างความชอบธรรมเพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการในคราบประชาธิปไตย
มิน อ่อง ลาย วัย 69 ปี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของออง ซาน ซู จี ในการรัฐประหารปี 2021 ได้รับคะแนนเสียง 429 จาก 584 เสียง ในรัฐสภาสหภาพ ที่มีพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (Union Solidarity and Development Party : USDP) ที่ทหารหนุนหลัง ครองเสียงข้างมากในสภา
ขณะที่ นาน นิ นิ อาย หญิงชาวกะเหรี่ยงวัย 57 ปี หัวหน้า USDP ในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งจากสภาสูง กลายเป็นรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเมียนมา หลังจากได้รับคะแนนเสียง 29 เสียง และอดีตพลเอกนโย ซอว์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อโดยกองทัพได้รับคะแนนเสียง 126 เสียง เพื่อเป็นรองประธานาธิบดีอีกคนหนึ่งของประเทศ โดยรองประธานาธิบดีทั้งสองคนมีหน้าที่รับผิดชอบต่างกัน แต่มีอำนาจหน้าที่เท่าเทียมกัน
นักวิเคราะห์ มองว่า ขบวนการต่อต้านอาจต้องเผชิญการกวาดล้างทางทหารที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น รวมถึงอาจถูกจับตามองจากประเทศเพื่อนบ้านที่อาจต้องการจะกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลชุดใหม่ของมิน อ่อง หล่าย
Advertisement