
วันที่ 4 ก.ค. 69 จากกรณี เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูได้รับแจ้งเหตุ พบศพชายหญิงในรถเก๋ง เสียชีวิตในลักษณะคาถุงยางอนามัย ภายในซอยบางละแวก 15 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม.นั้น
ต่อมาทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ภายในซอยบางละแวก 15 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ พบว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบรถเก๋งคันเกิดเหตุ โดยพบร่าง นายวรพล (สงวนามสกุล) นอนหมดสติ อยู่บริเวณเบาะคนขับ ในลักษณะเอนเบาะ ไม่สวมกางเกง และพบถุงยางอนามัยอยู่บริเวณอวัยวะเพศ ขณะที่ น.ส.พัชรินทร์ (สงวนนามสกุล) นอนหมดสติอยู่เบาะข้างในลักษณะเอนเบาะเช่นกัน เสื้อถูกถกขึ้นเหนือหน้าอกจนเห็นเสื้อชั้นใน และมีอาการน้ำลายฟูมปาก รวมถึงมีฟองบริเวณจมูก
ซึ่งจากการตรวจสอบภายในรถเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย หรือข้าวของ ผู้ตายสูญหาย ซึ่งยังทราบว่ารถคันดังกล่าว มีการติดแก๊ส LPG แบบถังโดนัท บริเวณท้ายรถ รวมถึงยังพบยาแก้ไอ และห่อถุงยางอนามัยที่ถูกใช้แล้ว 2 ซอง และห่อถุงยารักษาอาการโรคประสาทเส้นอักเสบของนายวรพล ผู้ตาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แพทย์ศิริราชระบุว่า ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8-10 ชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มีการนำร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายจำรัส แก้วกระจ่าง อายุ 68 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนเองได้เดินมาเอารถออกจากโรงรถช่วงประมาณตีสาม เพื่อไปส่งภรรยาที่ตลาด ปรากฏว่าเห็นรถเก๋งของผู้ตายจอดอยู่ที่ริมรั้ว ลักษณะสตาร์ตเครื่อง จึงได้ไปเคาะเรียกเพื่อให้ขยับรถ
แต่ปรากฏว่า ก็ไม่มีใครตอบรับ คิดว่าคนในรถน่าจะนอนหลับ ตนเองจึงขับรถออกไป จากนั้นพอกลับมาช่วงเวลาประมาณตีห้า เห็นรถเก๋งยังคงจอดอยู่ที่เดิม แต่ได้มีการดับเครื่องไปแล้ว ตนเองจึงได้กลับเข้าบ้านไป
กระทั่งช่วงช่วงเช้าประมาณ 10 โมง ออกมาดูอีกครั้ง ก็ยังพบว่า รถเก๋งของผู้ตายยังคงจอดอยู่ที่จุดเดิม ตนเองจึงรู้สึกแปลกใจ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบรับ และรถก็ยังถูกล็อกจากด้านใน มีกันแดดบังหน้ารถอย่างดี ตนจึงได้ไปตามชาวบ้านให้มาช่วยกันดู จนกระทั่งพบว่า มีผู้ชายนอนหมดสติในรถลักษณะสภาพสวมถุงยางอนามัย ส่วนผู้หญิง นอนหมดสติด้านข้างนุ่งขาสั้นน้ำลายฟูมปาก ซึ่งสังเกตก็ยังมีลักษณะบางอย่างคล้ายก้อนสำลีอุดจมูกของเธอด้วย ตนเองจึงได้มีการประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ
นายจำรัส ระบุว่า ตัวของผู้เสียชีวิตตัวเองไม่คุ้นหน้า โดยเฉพาะผู้ชายจึงคาดว่าไม่ใช่คนในพื้นที่แถวนี้ และน่าจะเข้ามาจอดตั้งแต่ช่วง 5 ทุ่ม และยอมรับว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะในซอยนี้ไม่เคยเกิดเหตุผู้เสียชีวิตในลักษณะแบบนี้มาก่อน
นายคมสัณฑ์ชัย จีนสมุทร เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญู ให้ข้อมูลว่า ได้รับแจ้งว่ามีผู้หมดสติในรถภายในบางแวก 15 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเข้าพบชายหนึ่งรายอีกหนึ่งรายไม่มีสติอยู่ในรถ โดยรถล็อกจากด้านในทั้ง 4 ประตู จึงได้ทำการใช้อุปกรณ์เปิดรถก็ พบว่าผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนทั้งสองคน มีเลือดตก และมีน้ำลายฟูมปาก ทั้งคู่นอนภายในท่าเดียวกัน ปรับเบาะให้นอน ฝ่ายชายไม่ได้ใส่กางเกง ส่วนฝ่ายหญิงถอดเสื้อเหลือ แต่ชุดชั้นใน ในตอนที่เปิดรถครั้งแรกไม่พบกลิ่นแก๊ส รถดับแต่กุญแจรถอยู่ที่ตำแหน่งออนสตาร์ท ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย โดยภายในรถพบที่บังแดดติดไว้ที่ด้านหน้าตัวรถและด้านข้างตัวรถถ้ามองจากภายนอกเข้าไปจะไม่เห็น
ด้านนายสราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี น้องชายของหญิงที่เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ตัวเองจำพี่สาวได้จากรูปร่าง และเสื้อผ้า ซึ่งพี่สาวก็ได้อาศัยอยู่กับตัวเองที่บ้านหลังนี้ พี่สาวได้เดินทางออกไปเมื่อคืนนี้ แต่ไม่รู้ว่าเดินทางไปที่ไหน บอกไว้แค่เพียงว่าเดี๋ยวจะมีคนมารับ ออกไปในช่วงเวลาประมาณหลัง 01.00 น. ส่วนผู้ชายคนขับรถ ตนเองไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน พี่สาวก็มีสถานะโสดอยู่
ส่วนตอนที่รถคันดังกล่าวขับรถมารับพี่สาวนั้น ตนเองงไม่เห็น เนื่องจากอยู่ภายในบ้าน แล้วตอนที่พี่สาวออกก็ไม่เคยบอกอะไร เพราะตามปกติเวลาจะออกจากบ้านพี่สาวก็จะไปเลย ทราบว่าพี่สาวมีโรคประจำตัวคือโรคเลือดจาง และก็ทานยาอยู่ประจำ ตนก็ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของพี่สาว ซึ่งก็ต้องรอทางตำรวจตรวจสอบ
ตนมีความผูกพัน อยู่กับพี่สาวด้วยกันตั้งแต่เด็กเติบโตจากต่างจังหวัดมาด้วยกัน โดยพี่สาวจะเป็นคนทำงาน และส่งเงินมาให้ตนเรียน ตัวพี่สาวเพิ่งอายุครบรอบ 27 ปีไปเมื่อวานนี้ เมื่อเช้านี้จะพาน้องชายไปซื้อข้าวกิน เมื่อเดินออกมาก็เจอคนมุงดูรถคันดังกล่าวอยู่ ทราบแค่ว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายหนึ่งคน และผู้หญิงหนึ่งคน ในตอนแรกยังไม่เอะใจ แต่รู้สึกไม่ดีจึงพยายามโทรศัพท์ และทักแชตหาพี่สาวแต่ไม่ตอบ ซึ่งตัวเองพยายามโทรไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เวลาบ่าย 2 โมง แต่ก็ไม่มีการรับสาย โทรสอบถามคนที่รู้จักภายในที่ทำงานก็ไม่สามารถติดต่อพี่สาวได้เช่นกัน ตามปกติเวลาพี่สาวออกไปไหนมาไหนตอนกลางคืนก็จะกลับมาในช่วงเช้า เพื่อเตรียมตัวไปทำงาน แต่วันนี้กระเป๋าของพี่สาวยังอยู่ในห้อง หลังจากที่ตัวเองได้เห็นภาพบุคคลที่เสียชีวิตภายในรถก็มั่นใจว่าเป็นพี่สาวเนื่องจากหุ่นและเสื้อผ้า
ส่วนกล้องวงจรปิดอีกมุมหนึ่งในเวลา 02.00 น. โดยจะเห็นนายวรพล ผู้เสียชีวิต ที่ขับรถมากับ น.ส.พัชรินทร์ ผู้เสียชีวิต ขับผ่านหน้าบ้าน ก่อนจะถอยหลังมาจอดที่หน้าบ้าน และจอดตรงจุดนี้เป็นจุดสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิต
ด้านพ่อและแม่ของ น.ส.พัชรินทร์ ให้ข้อมูลว่า ลูกสาวประกอบอาชีพทำงานอยู่ที่ห้างโดยทำด้วยกันกับน้องชาย ที่ผ่านมาลูกสาวไม่เคยมาเล่าให้ฟังว่ามีการคุยอยู่กับผู้ชายคนไหนบ้าง แต่ลูกสาวก็ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน แต่ก็มีคนคุย สำหรับฝ่ายชายที่เสียชีวิต ไม่เคยเห็นมาก่อน และเพิ่งจะเห็นรถคันนี้เป็นครั้งแรก โดยลูกสาวจะเป็นโรคธารัสซีเมีย ทานยาเป็นประจำ แต่ไม่ได้ทานเยอะ
ตอนนี้พ่อกับแม่ก็ยังตอบไม่ได้ว่าจะติดใจสาเหตุการเสียชีวิตหรือไม่ เพราะยังไม่ทราบข้อมูลอะไรเลย และตอนแรกที่ออกจากบ้านก็ไม่รู้ว่าลูกตัวเองเสียชีวิตอยู่ในรถ เพิ่งจะทราบตอนลูกชายโทรบอก
เมื่อวานเป็นวันเกิดของลูกสาว โดยลูกสาวก็ได้ไปกินเลี้ยงกับน้องชาย ซึ่งตนสองคนก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าลูกสาว เพราะลูกสาวจะเข้าบ้านดึก จะเจอกันเพียงแค่ตอนวันหยุด
Advertisement