
วันที่ 2 เม.ย.2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้แสดงความห่วงใยต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูง จนส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างสาหัส ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะลดภาษีสรรพสามิต หรือจะใช้กองทุนในการอุดหนุนส่วนต่างของราคาน้ำมัน
คุณหญิงสุดารัตน์ เสนอให้รัฐบาลใช้ทั้ง 2 มาตรการ คือทั้งกองทุนน้ำมันในการอุดหนุนราคาน้ำมันส่วนต่าง ซึ่งการใช้กองทุนน้ำมันในปริมาณที่สูงมากเกินไป ก็จะเป็นภาระหนี้สินที่ต้องกู้ ซึ่งขณะนี้สัดส่วนการกู้เงินของรัฐบาลก็เกือบชนเพดานแล้ว
และที่สำคัญการใช้กองทุนน้ำมันมาดูดซับราคาในช่วงที่น้ำมันราคาสูง ท้ายที่สุดประชาชนก็จะเป็นผู้รับภาระจ่ายราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่องไปถึงอนาคต แม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงแล้วก็ตาม เพื่อเก็บเงินชำระคืนกองทุนน้ำมันที่ติดลบ เท่ากับว่าเป็นการผลักภาระให้กับประชาชนเพียงฝ่ายเดียว
คุณหญิงสุดารัตน์ จึงได้เสนอให้ใช้มาตรการในการยกเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตลิตรละเกือบ 7 บาท ในช่วงวิกฤตนี้ไปก่อน ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลประกาศลดภาษีสรรพสามิตเพียง 1 บาท ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือลดภาระของประชาชนได้ รวมทั้งยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งจะทำให้สามารถลดราคาน้ำมันลงได้ถึงลิตรละ 10 บาททันที
โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ตนเข้าใจดีว่ารัฐบาลคงจะกังวลเรื่องรายได้ของรัฐจะไม่พอรายจ่ายที่ได้มีการตั้งงบประมาณไว้แล้ว จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรี ได้ใช้ความกล้าหาญ
สั่งการให้ทุกกระทรวงตัดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนออกทั้งหมด โดยเฉพาะงบก่อสร้างทั้งก่อสร้างถนนและอาคารขนาดใหญ่ที่แต่ละปีใช้งบสูงถึง 100,000 ล้าน เพื่อให้งบประมาณรายจ่ายลดลงสอดคล้องกับรายได้ของรัฐที่ลดลง จากการยกเว้นการเก็บภาษีน้ำมัน
Advertisement