
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยระบุถึงผลสำเร็จทางการทูตในการเข้าช่วยเหลือลูกเรือชาวไทยและมาตรการความปลอดภัยในการเดินเรือพาณิชย์ผ่านพื้นที่เสี่ยง
นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี (H.E. Mr. Nasereddin Heydari) เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ว่าขณะนี้ กองทัพอิหร่านและโอมานได้ดำเนินปฏิบัติการร่วมจนสามารถเข้าถึงเรือ ‘มยุรีนารี’ (Mayury Naree) ที่ลอยลำอยู่ในน่านน้ำอิหร่านได้สำเร็จ รวมถึงสามารถเข้าถึงตัวลูกเรือชาวไทยอีก 3 คนที่ยังติดค้างอยู่บนเรือหลังจากเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม รมว.ต่างประเทศ ยอมรับว่ายังไม่สามารถยืนยันชะตากรรมที่แน่ชัดของลูกเรือทั้ง 3 ท่านได้ในขณะนี้ แต่ถือเป็นสัญญาณบวกที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ได้แล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานงานเพื่อยืนยันสวัสดิภาพและเตรียมแผนนำตัวกลับประเทศไทยอย่างเร่งด่วน
ในส่วนของการเดินเรือสินค้า นายสีหศักดิ์ ระบุว่า จากการหารือกับนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่านไทยได้เน้นย้ำจุดยืน “ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง” และขอให้ยึดถือหลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการเดินเรืออย่างปลอดภัย ซึ่งทางอิหร่านได้ตอบรับคำขอและอนุญาตให้เรือพาณิชย์ของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้โดยมีการแจ้งรายชื่อล่วงหน้า เรือบางจาก เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้วเมื่อวันที่ 23 มีนาคม และกำลังมุ่งหน้ากลับประเทศไทย
และ เรือ SCG Chemicals: อยู่ระหว่างการประสานงานและคาดว่าจะล่องผ่านพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยในเร็วๆ นี้
นายสีหศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความห่วงโยงต่อสถานการณ์โลกว่า ขณะนี้ถือเป็นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ” พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดการเผชิญหน้าและกลับเข้าสู่กระบวนการทางการทูต เนื่องจากผลกระทบจากความตึงเครียดนี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจและระบบโลจิสติกส์ไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
Advertisement