
จากสถานการณ์การสู้รบ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่เปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา และอิหร่านได้ตอบโต้กลับอย่างหนัก จนส่งผลให้หลายประเทศได้รับผลกระทบ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
วันที่ 9 มี.ค. 69 สำนักข่าว ซินหัว รายงานว่า นาย หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงข่าวนอกรอบการประชุมครั้งที่ 4 ของสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (NPC) ชุดที่ 14 ว่า จีนเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยทันที เพื่อยับยั้งสถานการณ์ทวีความรุนแรงและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความขัดแย้งที่อาจลุกลาม
นาย หวัง อี้ ระบุว่า นี่เป็นสงครามที่ไม่ควรเกิดขึ้นและไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด การใช้กำลังไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหา ขณะที่การใช้อาวุธมีแต่จะเพิ่มความเกลียดชังและนำสู่วิกฤตใหม่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
นาย หวัง อี้ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องเคารพและห้ามล่วงละเมิดอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพดินแดนของอิหร่านและทุกประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย พร้อมกล่าวถึงหลักการพื้นฐานในการจัดการประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและตะวันออกกลางอย่างเหมาะสม อีกทั้งเน้นย้ำหลักการปฏิเสธการใช้กำลังในทางที่ไม่ถูกต้อง โดยระบุว่าผู้ที่มีกำลังมากกว่าไม่ใช่ผู้ที่ถูกต้องเสมอไป และพลเรือนไม่ควรตกเป็นเหยื่อ
ขณะเดียวกัน ประชาชนในตะวันออกกลางคือผู้มีบทบาทนำที่แท้จริงของภูมิภาคนี้ กิจการของตะวันออกกลางควรถูกกำหนดโดยประเทศในภูมิภาคอย่างอิสระ พร้อมเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการเข้าแทรกแซงกิจการภายใน
นาย หวัง อี้ ระบุว่า การวางแผนก่อ "การปฏิวัติสี" (color revolution) หรือการพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ทุกฝ่ายควรกลับสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็วที่สุด แก้ไขความแตกต่างผ่านการเจรจาอย่างเท่าเทียม และพยายามสร้างความมั่นคงร่วมกัน โดยเน้นย้ำถึงหลักการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง
ทั้งนี้เรียกร้องให้กลุ่มประเทศใหญ่ดำเนินการด้วยจิตวิญญาณแห่งความยุติธรรมและความชอบธรรม และร่วมส่งเสริมพลังบวกเพื่อสันติภาพและการพัฒนาของตะวันออกกลางให้มากขึ้น โดยจีนพร้อมทำงานร่วมกับกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเพื่อดำเนินการตามแผนริเริ่มความมั่นคงโลก (GSI) ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในตะวันออกกลาง ตลอดจนคืนความสงบสุขแก่ประชาชนในภูมิภาค และคืนสันติภาพให้แก่โลกใบนี้
Advertisement