
ความคืบหน้ากรณีญาติของผู้เสียหายชายอายุ 37 ปี (สงวนชื่อ) เข้าร้องขอความช่วยเหลือ หลังเข้ารับการศัลยกรรมจมูกและเหลาคางกับคลินิกเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ก่อนเกิดอาการผิดปกติรุนแรง จนต้องถูกส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาล และยังคงไม่รู้สึกตัว
น้องชายของผู้เสียหาย อ้างว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา พี่ชายของตนได้เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกและเหลาคางที่คลินิกแห่งหนึ่ง โดยมีค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 480,000 บาท ทางคลินิกได้แจ้งกำหนดการผ่าตัดในช่วงเวลาประมาณ 16.00–22.00 น. แต่ภายหลังได้มีการแจ้งเลื่อนเวลาออกไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง
ญาติของผู้ป่วยได้ระบุว่า ตนและพี่ชายอีกคนได้รออยู่ด้านนอกคลินิก จนกระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 5 มีนาคม ทางคลินิกได้แจ้งว่าผู้ป่วยเกิดอาการผิดปกติ โดยมีอาการหัวใจเต้นเร็วและค่าก๊าซในเลือดผิดปกติ จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
หลังเข้ารับการรักษา แพทย์ได้ให้ข้อมูลว่าผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว จำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และอยู่ในห้อง ICU นอกจากนี้ยังพบภาวะแทรกซ้อนหลายประการ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ไตวายเฉียบพลัน จนต้องฟอกไต และมีอาการไข้สูง รวมถึงมีน้ำในปอด โดยขณะนี้ผ่านมาแล้ว 4 วัน ผู้ป่วยยังคงไม่ฟื้นตัว
ล่าสุดเพจ Drama-addict โพสต์ข้อความอัพเดตเรื่องราวดังกล่าวระบุว่า บทสรุปเคสนี้
1. คลินิกนี้มาตรฐานดีมาก เพราะเคสนี้ถือว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
2. แต่เคสนี้มีวิสัญญีแพทย์ประจำในการผ่าตัดตลอดเวลา ทำให้สามารถประเมินได้ทันว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนดีขึ้นและรักษาคนไข้ได้ทัน
3. ภาวะแทรกซ้อนนี้ไม่สามารถประเมินล่วงหน้าก่อนการผ่าตัดได้ อยู่ที่ดวง โอกาสเกิดขึ้นหนึ่งต่อ 250,000 ราย
4. คนทั่วไปที่ดูข่าวนี้ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด แต่ถ้าจะผ่าก็เลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานแบบนี้ก็จะปลอดภัยและรอดชีวิตได้
5. เป็นประเด็นเพราะความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างทางญาติของคนไข้กับทางคลินิกซึ่งได้เคลียร์ใจกันในรายการโหนกระแสเรียบร้อยแล้ว
6. คลินิกให้การดูแลและรับผิดชอบอย่างเหมาะสมได้มาตรฐาน
7. ส่วนทางญาติของคนไข้เคสนี้ว่างๆควรไปตรวจกันด้วยเพราะว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ทุกคน
Advertisement