
วันที่ 4 มี.ค. 69 ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย กทม.โดย ดร. นอเศเรดดีน ฮัยแดรี (H.E. Dr. Nassereddin Heidari) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย แถลงการณ์กรณีสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยประเด็นสำคัญที่ถูกสื่อมวลชนถาม มีหลายประเด็น เช่น ประเด็นเรี่องการอพยพคนไทยในอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่มีการสื่อสารกับรัฐบาลไทยในการนำคนไทยกลับมาอย่างปลอดภัย โดยมีตัวเลขคนไทยประมาณ 200 คน โดยแผนเบื้องต้นจะมีการอพยพจากอิหร่านไปยัประเทศใกล้เคียง
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ ในขณะนี้คนไทยหลายคนกังวลเรื่องการทำเหมือนกับกรณีที่เกิดขึ้นในปี 2537 ที่มีชาวอิหร่านนำปุ๋ยยูเรียพยายามโจมตีที่สถานทูตอิสราเอลนั้น ดร. นอเศเรดดีน ฮัยแดรี กล่าวว่า อยากจะสื่อสารหรือให้ความมั่นใจกับชาวไทยอย่างไรบ้าง ตนเองเพิ่งมารับตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทยได้เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลตรงนี้ ว่าจะมีชาวอิหร่านมาก่อเหตุในประเทศไทย และเชื่อว่าคนอิหร่านจะไม่ทำแบบนั้น
ผู้สื่อข่าวพยายามขอให้เอกอัครราชทูตฯ สื่อสารเป็นภาษาฟาร์ซีกับชาวอิหร่าน ซึ่งเป็นภาษาราชการของ Iran ทางเอกอัครราชทูตฯ เลี่ยงที่จะตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นนี้
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร เอกอัครราชทูตฯ บอกว่า พวกเราอยู่ในสถานการณ์ที่ปกป้องตัวเอง เราเป็นเหยื่อจากการถูกโจมตี ประชาชนทุกคนต้องปกป้องตัวเอง ซึ่งมองว่าควรจะต้องหยุด พร้อมกันนี้ได้มีการยื่นเรื่องไปถึงสหประชาชาติแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะสหรัฐฯ และอิสราเอล ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ แล้วเราทำอะไรไม่ได้นอกจากการปกป้องตัวเอง
ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า อิหร่านได้ผู้นำสูงสุดคนใหม่เป็นทายาทของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านจริงหรือไม่ เอกอัครราชทูตฯ กล่าวว่า จะมีขั้นตอนในการหาผู้สืบทอดอำนาจ โดยขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าขั้นตอนนั้นเสร็จสิ้นแล้วหรือยัง เพราะทางรัฐบาลของอิหร่านก็ยังไม่ได้มีการยืนยันมาทางตนเอง
เมื่อถาม กรณีมีรายงานว่าพบรถของทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางเข้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล มีความคิดเห็นอย่างไร เอกอัครราชทูตฯ กล่าวว่า เพิ่งทราบ ซึ่งอาจจะเป็นการเชิญไปชี้แจง ก่อนหน้านี้ที่เคยบอกว่า America first แต่ตอนนี้กลายเป็น Israel First ซึ่งอิหร่านไม่อยากให้มีการหลั่งเลือด แต่นายเบนจามิน เนทันยาฮู ดึงอเมริกาเข้ามาในสงคราม เพราะฉะนั้นสิ่งที่พูดกันระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับทูตอเมริกันตนเองไม่ทราบ แต่หวังว่านายกรัฐมนตรีของไทยจะบอกว่าอเมริกาควรจะหยุดสงครามในครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อภูมิภาคและโลกทั้งใบ
และจากที่ตนเองได้ติดตามข่าวในประเทศไทย หลายคนความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านพลังงาน เพราะไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง และประเทศไทยก็มีการนำเข้าน้ำมันดังกล่าวด้วย หวังว่านายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักการเมืองมืออาชีพ น่าจะบอกกับทูตอเมริกันว่า ขอให้หยุดสงครามในครั้งนี้
เมื่อถามว่ามีอะไรอยากจะสื่อสารถึงผู้นำของสหรัฐอเมริกา และนายกรัฐมนตรีอิสราเอลหรือไม่ เอกอัครราชทูตฯ บอกว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในหน้าที่ที่จะสื่อสารถึง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งก่อนหน้านี้มีบุคคลที่มีตำแหน่งสูงในรัฐบาลอิหร่าน ได้มีการสื่อสารไปแล้ว และย้ำว่าปฏิบัติการนี้ ควรหยุดได้แล้ว
Advertisement