
(4 มี.ค. 2569) ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ประชุมผ่านวิดีโอ conference พร้อมด้วยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และภาคเอกชนเข้าร่วมประชุม
นายเอกนิติ กล่าวก่อนการประชุมว่า ได้ประชุมกับนายกรัฐมนตรีวงเล็กเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา จะให้ทุกหน่วยงานและภาคเอกชนอัปเดตสถานการณ์ เพื่อทุกคนจะได้มีข้อมูลที่ตรงกัน โดยสภาพัฒน์จะรายงานสถานการณ์ล่าสุดโดยนายอนุทิน ได้ฝากกระทรวงการต่างประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางให้ข้อมูลเพื่อประสานกับทุกกระทรวง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศต้องเป็นผู้อัปเดตสถานการณ์หน้างาน เพราะข้อมูลชุดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน ซึ่งตอนนี้มีทั้งข่าวจริง และข่าวปลอม พร้อมทั้งจะแบ่งภารกิจแต่ละกระทรวง เช่น เรื่องพลังงาน กระทรวงพลังงานเป็นผู้รับผิดชอบ เรื่องการขนส่ง กระทรวงคมนาคม เป็นผู้รับผิดชอบ และเรื่องการดูแลผลกระทบสินค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รับผิดชอบ และวันนี้ยังมีตลาดหลักทรัพย์ ที่จะเข้ามาดูเรื่องผลกระทบ ตลาดทุน และธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จะมาช่วยดูผลกระทบเรื่องค่าเงินบาทด้วย
ด้านนายพิพัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์ตะวันออกกลาง จะกระทบเรื่องน้ำมัน ราคาสินค้า ขนส่ง และประชาชนจะอยู่กันอย่างไร แม้กระทรวงพลังงานจะบอกว่า สามารถอยู่ได้ 60 วัน แต่สามารถยืดระยะเวลาได้มากกว่านั้น เช่น ส่งออกแบบไม่มีสัญญาออกได้ รวมถึงต้องดูว่าเรื่องของการจัดเก็บน้ำมัน ซึ่งกระทรวงพลังงานต้องไปพูดคุยกับผู้ประกอบการ และหากยังช็อตต่อไปแบบนี้ จะทำอย่างไรทั้งน้ำมันดีเซลบี 5 จะเพิ่มส่วนผสมเป็นบี 7 หรือบี 10 ได้หรือไม่ แก๊สโซฮอล์ ได้จะเพิ่มแอลกอฮอล์เข้าไปผสมได้หรือไม่ หรือเบนซิลที่เราจะต้องทำด้วยกัน
Advertisement