
(2 มี.ค. 2569) ที่ตึกภักดีบดินทร์ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงถึงผลการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า จากการประชุม นายกรัฐมนตรีให้ความห่วงใยเรื่องของแรงงานไทย กระทรวงแรงงานได้ตั้งศูนย์เร่งด่วนในการติดตามพี่น้องแรงงานไทยที่อยู่ในกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มของประเทศอิสราเอล ประมาณ 60,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งในส่วนรัฐบาลอิสราเอลได้ให้การดูแลแรงงานไทยค่อนข้างดี และได้รับการรายงานการขอกลับประเทศจำนวนน้อยไม่ถึง 10-20 คน ขณะที่อิหร่าน ได้รับแจ้งประมาณ 40 ราย โดยสถานการณ์ยังคงต้องประเมินเป็นระยะ
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำและแสดวความเป็นห่วง กระทรวงแรงงานได้ประสานงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ในกรณีที่คนไทยต้องการที่จะเดินทางกลับประเทศไทยได้ประสานในส่วนของการนำส่งคนไทยกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ
ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ยังติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง แต่หากสถานการณ์มีความรุนแรงในวงกว้างเพิ่มมากขึ้น ก็ได้มีการวางแผนประสานเตรียมในเรื่องของการรองรับและให้ความช่วยเหลือพี่น้องคนไทย
ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า มีการยกเลิกเที่ยวบินจำนวน 135 เที่ยว แบ่งเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ 59 เที่ยว ผู้โดยสารได้รับผลกระทบ 9,409 ราย สนามบินดอนเมือง 285 ราย สนามบินภูเก็ต 36 เที่ยว ผู้โดยสาร 5,665 ราย และท่าอากาศยานเชียงใหม่ 165 คน โดยสายการบินจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งที่พักและค่าอาหาร
โดย กระทรวงคมนาคม จะดำเนินการหาแนวทางการเปลี่ยนเส้นทางการสัญจรเพื่อรองรับผู้ที่จะเดินทางกลับในพื้นที่ใกล้เคียงพื้นที่สู้รบ รวมทั้งผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังตะวันออกกลาง หรือประเทศอื่นก่อน อีกทั้งผู้โดยสารจากตะวันออกกลางที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนน้อย เนื่องจากเป็นเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม ซึ่งผลกระทบแต่เป็นจำนวนน้อย
Advertisement