
วันที่ 17 มิ.ย. 69 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ แขวงและเขตสายไหม กทม. หญิงสาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง อายุ 47 ปี เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับเพจ หลังอ้างว่าตกเป็นเหยื่อเพจหมอดูชื่อดังแห่งหนึ่ง จนสูญเสียทรัพย์สินรวมกว่า 40 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาหลายปี
น.ส.โฮ (นามสมมติ) สาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเองทำงานประกอบอาชีพพนักงานบริษัทอยู่ที่เกาะฮ่องกง และมีปัญหาในเรื่องของชีวิตคู่ ตนเองจึงติดต่อหมอดูผ่านเพจเฟซบุ๊ก หลังจากนั้นหมอดูได้ชักชวนพูดคุยผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยหมอดูได้ดูดวงจาก วันเดือนปีเกิด และทำนายเรื่องต่างๆ ได้ตรงกับชีวิตของตนเองในหลายๆ เรื่อง รวมถึงการทำนายการเสียชีวิตของญาติ ซึ่งต่อมาเกิดขึ้นจริง ทำให้เกิดความเชื่อถืออย่างสนิทใจ
ต่อมาหมอดูได้ชักชวนให้ทำพิธีอ้างว่าเป็นพิธีไสยขาวได้ส่งน้ำมันพรายมาให้ใช้ พร้อมแนะนำให้ทำพิธีต่างๆ เพื่อเสริมดวงและดึงคนรักกลับคืนมา แต่หลังจากที่ตนเองได้อาบน้ำมันพราย ตนเองได้ฝันถึงสัมภเวสีติดต่อกัน 2-3 วัน ทำให้ตนเองยิ่งรู้สึกเชื่อถืออาจารย์และหมอดู ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการแก้กรรม แก้ดวง และแก้ผิดครู โดยอ้างว่าหากไม่ดำเนินการจะส่งผลให้ชีวิตตกต่ำ ประสบปัญหาสุขภาพ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิต
หมอดูและบุคคลที่อ้างตัวเป็นอาจารย์ผู้ประกอบพิธี มักใช้วิธีข่มขู่และสร้างความหวาดกลัวอยู่เป็นประจำ ทำให้ตนเกิดความเครียดอย่างหนัก จนต้องพยายามหาเงินมาโอนให้แทบทุกวัน โดยหมอดูอ้างว่าต้องใช้พานพิธีแก้ดวง มีค่าใช้จ่ายในการซื้อพานประกอบพิธี ประกอบไปด้วยหัวหมู ผลไม้มงคลและสิ่งของ 9 อย่าง บางครั้งมีการเรียกเงินครั้งละ 70,000 บาท ไปจนถึงหลายแสนบาท และบางพิธีรวมกว่า 1 ล้านบาท
ตลอดระยะเวลาหลายปี ผู้เสียหายได้นำเงินเก็บส่วนตัว เงินเกษียณ รวมถึงกู้ยืมเงินจากธนาคารในต่างประเทศ และหยิบยืมจากญาติพี่น้อง เพื่อน และคนรู้จัก เพื่อนำไปโอนให้กับหมอดู โดยระบุว่ายอดเงินรวมที่สูญเสียไปมีมากกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่เงินส่วนตัวของตนมีเพียงประมาณ 2-3 ล้านบาทเท่านั้น ที่เหลือล้วนเป็นเงินกู้ธนาคารในต่างประเทศและเงินที่หยิบยืมจากพี่น้องและเครือญาติ
นอกจากนี้ หมอดูเคยแนะนำให้ไปขอยืมเงินจากบุคคลรอบตัว หรือแม้กระทั่งใช้วิธีหลอกลวงผู้อื่นเพื่อนำเงินมาส่งให้กับหมอดู โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพียงการยืมชั่วคราวและจะสามารถนำมาคืนได้ในภายหลัง
ช่วงเวลาหนึ่งตนมีความเครียดสะสมอย่างรุนแรง จนเคยคิดจบชีวิตตนเองหลายครั้ง เนื่องจากแบกรับภาระหนี้สินจำนวนมหาศาลและถูกกดดันให้หาเงินมาทำพิธีเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่ตนเองไปทำบัตรประชาชนใบใหม่ ตนเองรู้สึกเหมือนได้สติกลับคืนมา และเริ่มตระหนักว่าตนอาจถูกหลอก จึงตัดสินใจยุติการติดต่อกับหมอดู ก่อนพยายามร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน
พร้อมเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยเข้าแจ้งความที่ สน.ประเวศ แต่ยังอ้างว่าถูกบุคคลที่แนะนำให้ไปพบตำรวจ เรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ ค่าพิมพ์เอกสาร ค่าติดตามคดี และค่าใช้จ่ายในการประสานงาน รวมเป็นเงินเกือบ 130,000 บาท
ตลอดระยะเวลาที่ติดต่อกับหมอดู ไม่เคยพบตัวอาจารย์ผู้ประกอบพิธีแม้แต่ครั้งเดียว และมีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลรวม 5 บัญชี โดยหมอดูอ้างว่าเป็น "บัญชีพานครู" สำหรับใช้ในพิธีกรรม ก่อนที่เงินจะถูกส่งต่อไปยังผู้ประกอบพิธีอีกทอดหนึ่ง
ทั้งนี้ ผู้เสียหายต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันอีกต่อไป
ทางด้านของคุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เผยว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน บัญชีธนาคาร และพยานหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง หลอกลวงประชาชน หรือความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินทุกบัญชี
ขณะเดียวกัน ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี หากพบว่ามีการแอบอ้างหรือเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
พร้อมกันนี้ หน่วยงานรัฐควรประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังการหลงเชื่อคำทำนายหรือพิธีกรรมที่มีการเรียกเก็บเงินจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีที่มีการข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว หรืออ้างว่าสามารถแก้เคราะห์ แก้กรรม หรือเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันอีก
Advertisement