
วันที่ 1 ส.ค. 69 ภายหลังการจับกุมนาย ฑนา เกิดทอง หรือ ป๋อง อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมพี่น้องชาวรัสเซีย 2 ราย ซึ่งกำลังเป็นคดีสะเทือนขวัญของสังคม ล่าสุดมีหญิงสาวทอมวัย 22 ปี ชาวจังหวัดตราด ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเคยตกเป็นเหยื่อของนายป๋อง ตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี
โดยบอกว่า ถูกล่อลวง กักขังหน่วงเหนี่ยว และล่วงละเมิดทางเพศเป็นเวลารวมประมาณ 4 เดือน ก่อนจะหาโอกาสหลบหนีออกมาได้ พร้อมระบุว่า บาดแผลทางจิตใจยังคงติดตามมาจนถึงปัจจุบัน
ผู้เสียหาย เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน ขณะไปพบเพื่อนบริเวณห้องแถวในพื้นที่เนินทราย จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เห็นนายป๋อง โดยผู้ก่อเหตุแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่สายตรวจ ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นตำรวจ กระทั่งอีกไม่กี่วันต่อมา นายป๋องส่งคำขอเป็นเพื่อนผ่านเฟซบุ๊ก และเริ่มพูดคุยในลักษณะเป็นกันเอง ก่อนจะชักชวนไปกินข้าวหลายครั้ง แต่ผู้เสียหายปฏิเสธมาตลอดกระทั่งครั้งที่ 4 นายป๋องชักชวนไปดูรถแข่งพร้อมกลุ่มเพื่อน ผู้เสียหายจึงตัดสินใจไป โดยหลังเดินทางกลับ นายป๋องอ้างว่าทรัพย์สินภายในอู่ซ่อมรถสูญหาย และขอให้ผู้เสียหายย้อนกลับไปยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมส่งลูกน้องมารับ
ผู้เสียหายระบุว่า เมื่อขึ้นรถกลับไป กลับถูกพาไปยังพื้นที่เปลี่ยว ก่อนพบกับนายป๋อง ซึ่งอ้างว่าต้องควบคุมตัวไว้ เพื่อรอตรวจสอบทรัพย์สินที่หาย จากนั้นได้ใส่กุญแจมือ ปิดศีรษะ และพาไปยังห้องพักแห่งหนึ่ง ก่อนถูกกักขังและถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยระบุว่าถูกบังคับให้อยู่ภายในห้องเป็นเวลาหลายเดือน หากขัดขืนจะถูกข่มขู่ด้วยอาวุธและใช้ความรุนแรง
ผู้เสียหายกล่าวว่า ระหว่างถูกกักขัง นายป๋องมักข่มขู่ว่า หากนำเรื่องไปแจ้งตำรวจจะได้รับอันตราย พร้อมเปิดคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นการทำร้ายร่างกายบุคคลอื่น เพื่อสร้างความหวาดกลัว อีกทั้งยังข่มขู่จะทำร้ายคนในครอบครัว หากคิดหลบหนีหรือแจ้งความ ทำให้ต้องยอมอยู่ต่อด้วยความหวาดกลัว
หลังผ่านไปราว 3 เดือน นายป๋องเริ่มปลดกุญแจมือ เพื่อทดลองใจ แต่ยังพูดข่มขู่ว่าหากหลบหนีจะถูกยิง ผู้เสียหายไม่กล้าเสี่ยง จนกระทั่งวันหนึ่ง นายป๋องออกจากห้องพัก และกลับมาช้ากว่าที่บอกไว้ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจเปิดประตูห้อง วิ่งหลบหนีออกมาจนพบผู้คน และได้รับความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายเปิดเผยว่า หลังหลบหนีได้ นายป๋องยังส่งข้อความข่มขู่ว่าจะเผยแพร่คลิป และจะทำร้ายคนในครอบครัวหากไม่กลับไป ด้วยความหวาดกลัวจึงยอมกลับไปอยู่กับนายป๋องอีกช่วงหนึ่ง ก่อนอาศัยจังหวะหลบหนีออกมาได้อีกครั้ง และไม่กลับไปอีก
ผู้เสียหายกล่าวว่า เคยพยายามเข้าแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่แห่งหนึ่ง แต่ได้รับคำแนะนำให้ไปแจ้งในพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากไม่ใช่เขตรับผิดชอบ ประกอบกับความหวาดกลัวอิทธิพลของผู้ก่อเหตุ ทำให้สุดท้ายไม่ได้ดำเนินคดีในขณะนั้น
เมื่อเห็นข่าวการจับกุมนายป๋องในคดีฆาตกรรมชาวรัสเซีย ผู้เสียหายยอมรับว่ารู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก ก่อนหน้านี้เคยได้รับการเตือนจากคนรู้จักให้ระวังตัว หากนายป๋องพ้นโทษออกมา อีกทั้งยังเคยมีการข่มขู่ผ่านคนกลาง ทำให้ช่วงหลายวันที่ผ่านมาแทบไม่ได้นอน และติดตามข่าวตลอดเวลา แม้ขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกจับกุมแล้วก็ตาม
ผู้เสียหายยังเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างหนัก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มักฝันร้าย สะดุ้งตื่นกลางดึก ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง และรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่เสมอ โดยเชื่อว่าอาจยังมีผู้เสียหายรายอื่นที่ไม่กล้าออกมาเปิดเผยเรื่องราว เพราะหวาดกลัวอิทธิพลและพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ
ท้ายที่สุด ผู้เสียหายเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินคดีกับนายป๋องอย่างเด็ดขาด หากความผิดได้รับการพิสูจน์ตามกฎหมาย พร้อมขอให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เพื่อไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต
Advertisement