
วันที่ 4 มี.ค. 69 ที่กทม. สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย โดย ดร. นอเศเรดดีน ฮัยแดรี (H.E. Dr. Nassereddin Heidari) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ได้ออกแถลงการณ์ด่วนต่อสื่อมวลชน เรื่อง "การรุกรานของสหรัฐฯ-อิสราเอล ต่ออิหร่านที่ยังคงดำเนินอยู่"
โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:
1. การโจมตีอธิปไตยและผู้นำสูงสุด : ตามแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2026 ได้เกิดเหตุการณ์รุกรานต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านอย่างรุนแรง โดยอ้างว่าสหรัฐอเมริกาและระบอบอิสราเอลได้เจตนาพุ่งเป้าโจมตีไปที่ อยาตุลเลาะห์ เซยิด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyed Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐสมาชิกสหประชาชาติ
2. การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ : ทางสถานทูตระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงมาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน และถือเป็น "การก่อการร้ายที่ขี้ขลาด" (Cowardly act of terror) ซึ่งเป็นการทำลายหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งในแง่ของความเสมอภาคทางอธิปไตย และเอกสิทธิ์ความคุ้มกันของประมุขแห่งรัฐ (Immunity of Heads of State) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ
3. ผลกระทบและการเตือนภัยระดับโลก : แถลงการณ์ย้ำว่า การพุ่งเป้าไปที่ผู้นำสูงสุดถือเป็นการยกระดับสงครามที่อันตรายและไม่เคยปรากฏมาก่อน เป็นการทำลายบรรทัดฐานของการเป็นรัฐและอารยธรรมสากล พร้อมทั้งเตือนว่าการกระทำนี้เปรียบเสมือนการ "เปิดกล่องแพนดอร่า" (Opening a dangerous Pandora’s box) ที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบระหว่างประเทศทั้งหมดและกัดเซาะรากฐานความยั่งยืนของโลก
4. จุดยืนของอิหร่าน : อิหร่านถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นการละเมิดบรรทัดฐานพื้นฐานที่ปกครองความสัมพันธ์ระหว่างรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด และเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบโลกในปัจจุบัน
ขณะนี้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความตึงเครียดสูง และแถลงการณ์ฉบับนี้ถือเป็นท่าทีอย่างเป็นทางการครั้งสำคัญของตัวแทนรัฐบาลอิหร่านในประเทศไทยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
Advertisement