
เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2569 ที่วัดดวงแข แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพ พระครูประพัฒน์เขมคุณ (พนม สนฺตจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดดวงแข เปิดเผยว่า ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานที่พุ่งสูงต่อเนื่อง วัดดวงแขได้ริเริ่มโครงการ “วัชระ (วชร.) วัด-ชุมชน-ราชการ” โดยมีแนวคิดผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากขยะพลาสติก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการฌาปนกิจศพของประชาชน พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างพระสงฆ์ ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐให้เกิดความเข้มแข็ง
ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนในการประกอบพิธีฌาปนกิจเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย วัดจึงมองหาแนวทางลดค่าใช้จ่าย โดยยังคงรักษาความเหมาะสมตามหลักศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณี
พระครูประพัฒน์เขมคุณ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้พระครูโสภณธรรมโชติ (หลวงพี่พลอย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสและเลขานุการวัดดวงแข เป็นผู้รับผิดชอบดูแลโครงการทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเป็นระบบและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ด้านพระครูโสภณธรรมโชติ ระบุว่า ได้นำเทคโนโลยี “เตากลั่นน้ำมันจากขยะพลาสติก” มาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นกระบวนการทางเคมีแบบไพโรไลซิส (Pyrolysis) หรือการเผาพลาสติกในสภาวะไร้ออกซิเจน ทำให้พลาสติกเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นไอ ก่อนจะควบแน่นกลับมาเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง
ในส่วนของการดำเนินงาน โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากพระสงฆ์ภายในวัดที่ช่วยกันรวบรวมถุงพลาสติกจากการออกบิณฑบาต รวมถึงประชาชนในพื้นที่โดยรอบ เช่น ชุมชนวัดดวงแข ชุมชนสลักหิน ชุมชนแฟลตรถไฟ และชุมชนจรัสเมือง ที่ร่วมกันคัดแยกและนำส่งขยะพลาสติกให้กับทางวัดอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สำนักงานเขตปทุมวันยังเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยผู้อำนวยการเขตได้มอบหมายให้ฝ่ายรักษาความสะอาดช่วยรวบรวมขยะพลาสติกในพื้นที่ และประสานส่งต่อมายังวัดดวงแข เพื่อสนับสนุนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับกระบวนการผลิต พระครูโสภณธรรมโชติ ระบุว่า จากการทดลองพบว่าพลาสติกจำนวน 5 กิโลกรัม สามารถกลั่นเป็นน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 3-4 ลิตร โดยใช้ความร้อนในช่วง 200-230 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และมีการใช้น้ำมันเครื่องใช้แล้วจากอู่รถยนต์ในพื้นที่เป็นเชื้อเพลิงในการให้ความร้อน ช่วยลดต้นทุนและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม น้ำมันที่ได้จากกระบวนการกลั่นยังต้องผ่านขั้นตอนการกรองเพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนให้มีความสะอาด ก่อนนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการฌาปนกิจศพ โดยพระครูโสภณธรรมโชติกล่าวว่า โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังเป็นต้นแบบการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน และสะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
Advertisement