
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์ ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ ตลอดจนวางแนวทางการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง และวิเคราะห์เป้าหมายของสหรัฐอเมริกาว่ามีเป้าประสงค์อะไร เนื่องจากในขณะนี้สถานการณ์บานปลายออกไปสู่ประเทศอื่น ทำให้คาดการณ์ว่าไม่น่าจะยุติลงง่ายๆ
จากนั้น ภายหลังการประชุม ซึ่งใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวสรุปสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 มีนาคม 2569 ตามเวลาของประเทศไทย อิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศไปยังพื้นที่เป้าหมายสำคัญในกรุงเตหะราน และเมืองต่างๆทั่วอิหร่าน ต่อด้วยปฏิบัติการโจมตีทางทหารโดยสหรัฐฯ และในวันเดียวกันอิหร่านได้โจมตีทางทหาร เพื่อตอบโต้ไปที่ฐานทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย รวมถึงพื้นที่บางส่วนของอิรัก สถานเอกอัครราชทูตฯ ในพื้นที่ต่างๆจึงได้เล่าถึงผลกระทบของการโจมตีตอบโต้ในสถานที่พลเมือง
เบื้องต้นทราบว่าขณะนี้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆยังปลอดภัยดี ต่อจากนั้น เมื่อสำนักข่าวของอิหร่าน ได้รายงานข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยระบุว่า ได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สถานการณ์ในขณะนี้จึงมีความอ่อนไหวสูง และมีความน่าเป็นห่วง ขณะเดียวกันการสู้รบก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำให้คนไทยในพื้นที่ต่างๆติดตามประกาศ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด
ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ท่าทีไทยแล้วเมื่อวานนี้ (28 ก.พ. ) โดยได้ย้ำในหลักการ 3 ประการ ประการที่ 1 คือไทยได้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความห่วงกังวลอย่างยิ่งประการที่ 2 ไทยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งยุติการดำเนินการใดๆที่จะส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลง และอาจจะส่งผลกระทบต่อสันติภาพ ตลอดจนความมั่นคงของประเทศและชีวิตของพลเรือนในภูมิภาค ประการที่ 3 ไทย เรียกร้องให้มีการเร่งรัดแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเจรจาและการทูต
ขณะที่ การดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ นายปาณิดล กล่าวว่า ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆของไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้จัดตั้งศูนย์ประสาน 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุล เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนกับคนไทย อีกทั้งยังได้มีการประกาศแจ้งเตือนคนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงนี้
นอกจากนี้ นายปาณิดล ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าปัจจุบันมีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 110,000 คน แต่ในภาพรวมยังไม่มีใครได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง สถานทูตฯ จึงได้ประกาศแจ้งเตือนคนไทยให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการของประเทศนั้นๆ พร้อมให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกจากพื้นที่และหลีกเลี่ยงการออกจากที่พักอาศัย ขณะเดียวกันก็อาจมีการประสานกับประเทศอื่นๆ หรือ องค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งกำลังเตรียมแผนอพยพของตนเองด้วยเช่นเดียวกัน
นายปาณิดล ยังกล่าวอีกว่า ในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ประชุมติดตามสถานการณ์ เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ร่วมกับสถานทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ข้อสรุปว่า กรณีอิหร่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน แจ้งว่าขณะนี้ยังมีการโจมตีในพื้นที่ความมั่นคงอยู่ตลอด และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องสถานทูตฯจึงได้เปิดศูนย์อำนวยการให้คนไทยสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา หากต้องการความช่วยเหลือ หรือ หากมีข้อซักถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็สามารถติดต่อสถานทูตฯได้เสมอ นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างวางแผนอพยพคนไทยออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยเปิดให้คนไทยแจ้งความประสงค์เดินทางกลับมาด้วยแล้ว ซึ่งในส่วนของอิหร่านตอนนี้มีคนไทยจำนวน 29 คน แสดงความประสงค์ที่จะเดินทางกลับไทย ซึ่งมีทั้งนักศึกษาและแรงงานไทย
ส่วนกรณีของอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ แจ้งว่าสถานทูตฯ ได้สื่อสารกับชุมชนไทยอย่างใกล้ชิด โดยได้เปิด 4 หมายเลขโทรศัพท์ให้ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้มีคนไทยแจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางกลับไม่เกิน 20 คน และสายการบินในอิสราเอลยังคงเปิดเส้นทางปกติและยังไปได้ในหลายประเทศข้างเคียง
สำหรับคนไทยในประเทศอื่นๆที่ตกเป็นเป้าหมายจากการโจมตีของอิหร่านและได้รับผลกระทบจากการสู้รบ อาทิ ยูเออี โอมาน บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และจอร์แดน ทางสถานทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ อยู่ระหว่างสำรวจเส้นทางอพยพ และประสานกับสายการบินประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อดำเนินการอพยพ ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ขณะเดียวกันในวันพรุ่งนี้ (2 มี.ค.) จะมีการประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบกับประเทศไทยทางในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน ความมั่นคง รวมถึงแผนดำเนินการเพื่อช่วยเหลือคนไทย โดยเร็วที่สุดและการปิดน่านฟ้าในหลายหลายประเทศ
นายปาณิดล ยังกล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าสายการบินไทย มีส่วนในการขนส่งชิ้นส่วนอาวุธไปยังอิสราเอล ว่า การบินไทยได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่มีแน่นอน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ ยังไม่มีรายงาน และตนเองเชื่อมั่นในการบินไทยแน่นอน ว่าสายการบินของเราปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎระเบียบของสากลโดยเคร่งครัด
ส่วนได้มีการหยิบยกเรื่องชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่ในประเทศไทยมาพูดคุยในที่ประชุมด้วยหรือไม่ เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าในหลายพื้นที่ นายปาณิดล ยอมรับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ ออย่างไรก็ตามไทยเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแล้ว แต่ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. ได้มีการยืดหยุ่นเรื่องกฎระเบียบแล้วให้กระทรวงมหาดไทยออกประกาศจึงคาดว่าในวันพรุ่งนี้ (2 มี.ค.) จะมีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาหารือ เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับชาวต่างชาติที่มาเยี่ยมเยียนประเทศไทยด้วยเช่นกัน
Advertisement