
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงสู่ระดับสูงสุด หลังจากอิหร่านเปิดปฏิบัติการตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยการส่งฝูงโดรนและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายหลายจุดในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (DXB) ศูนย์กลางการบินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบถูกโจมตีด้วยโดรนพลีชีพ (Kamikaze Drone) ส่งผลให้พื้นที่ส่วนอาคารเทียบเครื่องบิน (Concourse) ได้รับความเสียหายเบื้องต้น และมีเจ้าหน้าที่สนามบินได้รับบาดเจ็บ 4 ราย
มีรายงานเศษซากโดรนที่ถูกสกัดกั้นตกลงบริเวณหน้าอาคารโรงแรม Burj Al Arab จนเกิดเพลิงไหม้เล็กน้อย รวมถึงเหตุระเบิดใกล้กับโครงการ Palm Jumeirah
ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สั่ง ระงับการขึ้น-ลงของเครื่องบินทั้งหมด ณ ท่าอากาศยานดูไบ (DXB) และท่าอากาศยานอัลมักตูม (DWC) อย่างไม่มีกำหนด ส่งผลให้ผู้โดยสารนับแสนคนตกค้าง สายการบินยักษ์ใหญ่อย่าง Emirates และ Flydubai ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทันที ขณะที่น่านฟ้าเหนือภูมิภาคตะวันออกกลางเกือบทั้งหมดถูกประกาศเป็นเขตอันตราย
การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้จากฝั่งอิหร่าน หลังจากกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานข่าว (ที่ยังไม่ยืนยันเป็นทางการ) ว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านอาจเสียชีวิตในปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้อิหร่านประกาศ "ตอบโต้อย่างสาสม" ต่อฐานทัพและพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ทางการ UAE ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนระดับชาติผ่านโทรศัพท์มือถือ ให้ประชาชนทุกคน "หาที่กำบังที่ใกล้ที่สุด อยู่ห่างจากประตูหน้าต่าง และรอคำสั่งเพิ่มเติม" ท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังระงมทั่วเมือง
Advertisement