
โลกเข้าสู่ภาวะตึงเครียดระดับสูงสุด หลังจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ประกาศเปิดฉาก "ปฏิบัติการครั้งใหญ่และรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์" เพื่อตอบโต้กรณีที่ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
กองกำลังอิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธและโดรนพลีชีพหลายร้อยลำพุ่งเป้าไปที่ฐานทัพสหรัฐฯ และเมืองสำคัญทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (DXB) ถูกโจมตีจนได้รับความเสียหายบริเวณอาคารผู้โดยสาร (Concourse) มีพนักงานบาดเจ็บ 4 ราย เที่ยวบินทั้งหมดถูกระงับการให้บริการทันที
อาบูดีบี (UAE) เกิดเหตุระเบิดที่สนามบินนานาชาติซายิด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (สัญชาติเอเชีย) และบาดเจ็บอีก 7 ราย นอกจากนี้ยังมีเศษซากโดรนตกใส่โรงแรม Burj Al Arab และพื้นที่ Palm Jumeirah จนเกิดเพลิงไหม้
บาห์เรน ขีปนาวุธพุ่งเป้าไปที่กองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ (US 5th Fleet) และมีรายงานอาคารที่พักอาศัยหลายแห่งในกรุงมานามาถูกไฟไหม้รุนแรง
คูเวตและกาตาร์ สนามบินและฐานทัพอากาศ Al Udeid (ฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค) ถูกโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ ซึ่งทางการบางส่วนสามารถสกัดกั้นไว้ได้
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าปฏิบัติการ "Epic Fury" ของสหรัฐฯ และอิสราเอล ประสบความสำเร็จในการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี ภายในที่พักในกรุงเตหะราน ซึ่งทางสื่อของรัฐบาลอิหร่านได้ออกมา ยืนยันการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 40 วัน และประกาศวันหยุดราชการ 7 วัน
Advertisement