
วันที่ 26 ก.พ. 69 จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้นาย ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. แจ้งความกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล ที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกต้้ง ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต และ สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด
เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กทม. เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมานั้น
มีรายงานว่า บุคคลที่ กกต.แจ้งความให้มีการดำเนินคดีนั้นมี 6 ราย ประกอบด้วย
1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของDomecloudผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain
3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black.
4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
5.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.)
6.ทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพสื่อ Spacebar
โดย กกต.แจ้งความให้ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง , ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , มาตรา 209 , มาตรา 322 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา14
ทั้งนี้ ความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าวบัญญัติถึงลักษณะความผิดและบทลงโทษไว้ค่อนข้างรุนแรง
ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 กำหนดว่า "ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือกรรมการที่ กกต. แต่งตั้ง ถ้าการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้การเลือกตั้ง และไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือการปกครองประเทศโดยใช้กำลังความรุนแรง หรือกระทำการใด ๆ ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
ส่วนมาตรา 209 ซึ่งเป็นความผิดฐานเป็น "อั้งยี่" บัญญัติว่าผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000
มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึก หรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 บัญญัติถึงการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม เท็จ ที่ส่งผลเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคง หรือเป็นข้อมูลลามก รวมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Advertisement