
วันที่ 19 ก.พ. 69 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ ยังคงดำเนินการเชิงรุกในการปกป้องความมั่นคงของชาติและเสถียรภาพของภูมิภาค ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักความรับผิดชอบของรัฐ (State Responsibility) โดยมุ่งสกัดกั้นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยพื้นที่ชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cyber Scam) ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศทั่วโลก
เมื่อวันที่ 18 ก.พ.69 กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ตรวจพบและควบคุมตัวบุคคลลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จำนวน 6 คน ประกอบด้วยชายสัญชาติจีน 5 คน และชายสัญชาติกัมพูชา 1 คน พร้อมอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมากผิดปกติ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 270 เครื่อง ซิมการ์ดจำนวนมาก และเงินสดหลายสกุล ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับการสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านเนินดินแดง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มบุคคลดังกล่าวให้การว่าเดินทางหลบหนีออกมาจากประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นที่รับรู้กันในระดับนานาชาติว่าเป็นแหล่งรวมกิจกรรมผิดกฎหมาย อาทิ ธุรกิจการพนันผิดกฎหมายและเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างอาชญากรรมที่อาศัย “พื้นที่รัฐ” เป็นฐานปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ
กองทัพเรือขอย้ำว่า ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐมีหน้าที่กำกับและไม่ยินยอมให้ดินแดนของตนถูกใช้เป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมข้ามชาติ การปล่อยให้กิจกรรมผิดกฎหมายดังกล่าวดำเนินอยู่โดยต่อเนื่อง ย่อมถือเป็นความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของการบังคับใช้กฎหมาย และกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคโดยรวม ปัญหา Cyber Scam ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการจัดการปลายเหตุ แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากรัฐต้นทาง รัฐทางผ่าน และรัฐปลายทาง บนพื้นฐานของความโปร่งใสและความรับผิดชอบร่วมกัน
กองทัพเรือยืนยันว่า การควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 และได้ส่งมอบผู้ถูกควบคุมตัวให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอเรียกร้องให้ประเทศกัมพูชาตระหนักว่า อาชญากรรมไซเบอร์เป็นภัยคุกคามร่วมของภูมิภาค หากยังปล่อยให้พื้นที่ของตนถูกใช้เป็นฐานอาชญากรรม ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามจากประชาคมระหว่างประเทศในฐานะผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าว
Advertisement