
(10 ก.พ. 2569) จากกรณีที่พบปัญหาความผิดปกติในการนับคะแนนผลการเลือกตั้ง ในหลายเขต หลายจังหวัด ซึ่งจุดใหญ่ๆ อย่างเช่น เขต 1 จ.ชลบุรี ที่มีนักศึกษาและประชาชนออกมาประท้วงกดดันให้มีการนับคะแนนใหม่ ภายหลังที่พบใบรวมคะแนนเขต 1 หน่วยที่ 15 ในถังขยะ รวมถึงหีบบัตรไม่มีเคเบิ้ลไทร์มัด ทำให้มีแนวโน้มจะไม่โปร่งใส
ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนี้ว่า "กกต. กับ การจัดการเลือกตั้งแบบมืออาชีพ" การเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 มีหลายปรากฏการณ์ที่สะท้อนว่า กกต. ยังจัดการเลือกตั้งไม่เป็นมืออาชีพ
การทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ขาดความเป็นมาตรฐานเดียวกัน นับแต่การติดป้ายประกาศที่สับสนไม่ครบถ้วน การตรวจบัตรประชาชน บางแห่งไม่ให้ประชาชนเซ็นชื่อ การฉีกบัตรที่เสียหาย การทุจริตโดยกรรมการด้วยการแอบใส่บัตร ไปจนถึงการนับคะแนนที่ขาดความโปร่งใส
เหตุการณ์ที่เขต 1 ชลบุรี ที่ตลอดคืนวันที่ 9 ถึงเช้าวันที่ 10 มีมวลชนเข้าล้อมศูนย์การเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้ขนย้ายหีบบัตรที่ส่อมีการทุจริต และเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ และยังพบใบขีดคะแนน (สส.11) และเอกสารอื่นๆ รวมถึง สายรัด cable tie ที่มีลายเซ็นกรรมการประจำหน่วย จำนวนมาก ทิ้งในถังขยะ เป็นการบ่งบอกว่า มีการทุจริตการเลือกตั้งขนานใหญ่ในพื้นที่นี้ เนื่องจากไม่มีการดำเนินการตามระเบียบ ดังนี้
1. เอกสารต่างๆ ที่ใช้ในการเลือกตั้ง อาทิ แบบขีดคะแนน (ส.ส.11) รายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) แบบข้อมูลจำนวนบัตรเลือกตั้ง (ส.ส. 5/12) ต้องใส่ถุงพลาสติก และใส่คืนในหีบเลือกตั้ง
2. หีบเลือกตั้งที่ใส่เอกสารต่างๆ ต้องปิดเทปกาวโดยรอบ พร้อมใส่สายรัด cable tie ของ กกต. และให้กรรมการลงชื่อในป้ายสายรัด เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องใหญ่ ที่ กกต. ต้องมีคำตอบและหาทางแก้ไข ถ้าผลการตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่หน่วยเดียว แต่เกิดหลายหน่วย หรือ ไม่ใช่เขตเดียว แต่เป็นหลายเขต
นอกจากเอาผิดทางอาญาแก่ผู้เกี่ยวข้องให้หลาบจำแล้ว
เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ อาจไม่พอ เพราะหีบบัตรไม่มี cable tie รัด บัตรในหีบอาจถูกเปลี่ยนใหม่แล้วก็ได้ ต้องใบเหลือง เลือกตั้งใหม่หรือ ใบส้ม เลือกตั้งใหม่พร้อมให้ผู้สมัครที่เกี่ยวข้องออกจากสนาม
อยากเห็น กกต.จัดการเลือกตั้งแบบมืออาชีพ ไม่ใช่ ส่งเสริมให้เกิดการโกงเลือกตั้งแบบมืออาชีพ
Advertisement