
วันที่ 9 ก.พ. 69 หลังจากผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมาพรรคภูมิใจไทยได้ สส. ทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อถึงเกือบ 200 ที่นั่ง รองลงมาพรรคประชาชนได้ 116 พรรคเพื่อไทยได้ 76 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรมได้ 57 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์ได้ 22 ที่นั่ง
ผลคะแนนดังกล่าวนาย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสสูงที่จะต้องมานั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อจากการเป็นนายกรัฐมนตรี 2 เดือนของตัวเองในสมัยที่ผ่านมา
ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่แนวชายแดนด้าน จ.บุรีรัมย์มีความหวังขึ้นทันทีจากการให้สัญญาของนายอนุทินที่มีไว้ระหว่างการหาเสียงว่าจะปกป้องประเทศไม่ให้เขมรมารุกรานอีก โดยเฉพาะการกั้นรั้วชายแดนที่ชาวบ้านตามแนวชายแดนที่ได้รับความเดือดร้อน
นายสุวัฒน์ ทิพย์แก้ว อายุ 52 ปี ชาวอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า อยากให้นายกฯ คนใหม่ทำชายแดนให้มันเรียบร้อย เพราะอพยพมาแล้วหลายครั้ง เงินเยียวยาที่ให้มาแค่ 5,000 ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย
เมื่อถามว่า คาดว่าการปะทะรอบ3 คาดว่าจะมีอีกหรือไม่ นายสุวัฒน์ บอกว่า คาดว่าจะมีแต่ถ้ามีก็อยากจะให้รัฐบาลทำให้เบ็ดเสร็จ ยึดพื้นที่ของเขมรให้มันลึกเข้าไปอีก เพื่อให้รัศมีกระสุนปืนของเขมรอ่อนลง
เช่นเดียวกับนายนิจจรินทร์ ช่วยสงค์ อายุ 4 8ปี เจ้าของร้านซ่อมรถใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า การเยียวยาผู้อพยพที่ผ่านมาถือว่าน้อย เพราะให้เป็นครอบครัว น่าจะให้เป็นรายบุคคล สำหรับคนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
สำหรับนายกฯ คนใหม่ก็อยากให้มาแก้ไขปัญหาชายแดน ก่อนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะมันเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว สำหรับปัญหาชายแดนจะจบหรือไม่ จากที่สอบถามทหารแล้วเขมรมันยั่วยุตลอดเวลา แต่หากต้องมีการปะทะรอบที่3 ก็อยากให้ทหารรุกเข้าไปอีกมากกว่านี้แบบไม่จำกัดจะบุก
Advertisement