
พรรคประชาชนจัดปราศรัยใหญ่ช่วงโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น บรรยากาศมีผู้สนับสนุนเข้าร่วมฟังปราศรัยอย่างเนืองแน่นเต็มอาคาร
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ปราศรัยว่า ตนอยากถามเพิ่มเติมความตั้งใจของทุกคนอีกครั้งว่าวันนี้ทุกท่านจะใช้ปากกาของทุกคนตัดสินใจกาอย่างไร ระหว่างแบบแรก จะใช้ปากกาตัดสินใจกาเพียงเพื่อป้องกันยืนยันความเชื่อเดิมๆ ความเชื่อที่จะใครนิยามตนเองว่า ต่อสู้เพื่อสีไหนก็ตาม หรือบอกว่าฉันรักชาติมากที่สุด หรือว่าจะเลือกกากบาทไปที่สีเสื้อ ที่ท่านเคยนิยามตนเองว่า ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งความเชื่อที่กากบาทในอดีตนั้นไม่ใช่สิ่งผิด แต่ความรักชาติและประชาธิปไตยสามารถเดินหน้าไปข้างหน้าพร้อมกันได้ ซึ่งนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียง ได้เตือนสติให้ทุกคนแล้วว่า ‘มีช้างตัวเดียวกัน’ ช้างตัวนั้นคือบรรดาชนชั้นนําที่ยึดกลุ่ม ถือครองอํานาจทางการเมืองในประเทศ
ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชน กุมภาพันธ์นี้ใช้ปากกาของท่าน กาเลือกเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนออกจากการเมืองที่ผูกขาดจากชนชั้นนํา เป็นการเมืองของประชาชน การเมืองของประชาชนนั้นมีความหมายเรียบง่ายมาก ซึ่งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เล่าถึงการเดินทางของพวกเราที่ผ่านมา 8 ปี การเมืองของของประชาชนนั้นเรียบง่าย หมายถึงการเมืองที่เสียงของประชาชนทุกคนมีความหมายอย่างแท้จริง แต่การเมืองการเมืองที่ผ่านมา ทำให้เสียงของประชาชนไม่มีความหมายเพราะว่านักการเมืองมองเสียงประชาชนเป็นเพียงแค่เสียงที่อยู่ในคูหา แล้วเปลี่ยนเสียงในคูหาเป็นสส.เอาจำนวนสส.ไปต่อรองแลกเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อหางบประมาณ หาเงิน เอาเงินทอนไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของการเมืองไทยที่ทุกคนจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้รับเกียรติได้ร่วมการเดินทางมากับประชาชนที่อยู่ที่นี่ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ ตนรู้สึกเป็นเกียรติขอบคุณและภาคภูมิใจที่ร่วมเดินทางมาถึงกันในวันนี้ วันนี้การเมืองของประชาชนเป็นจริงมากขึ้นทุกวัน เมื่อสักครู่ นายธนาธร จึ่งรุ่งเรืองกิจ ได้พูดถึงกฎหมายที่เราสามารถผลักดันร่วมกันได้แม้ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะผลักดันประเด็นที่ก้าวหน้า เช่น ทําประกันสังคมที่โปร่งใส การเปิดเสรีพลังงาน
และนอกจากนี้ประชาชนต้องช่วยกันสถาปนาการเมืองของประชาชนให้เป็นจริงมากยิ่งขึ้น อีกด้านหนึ่งช่วยกันทลายการเมืองที่ผูกขาด ที่ผุพังลงทุกวัน จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาพรรคเรามีคนธรรมดามาทำงานการเมือง คนธรรมดาหลายคนที่ไม่ได้มีทุนใหญ่โต ห่างไกลจากคำนิยามว่า นักการเมืองรุ่นใหญ่ ห่างไกลจากคำว่า คนที่เป็นเจ้าของเงินทุน เพื่อมายึดมือถือครองพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นอดีตนักกิจกรรมที่เคยติดคุก ที่วันนี้พวกเขาได้เติบโตมาพูดถึงในเรื่องของสแกมเมอร์ ซึ่งใหญ่ไปถึงระดับโลก และเป็นประเด็นที่เราจะต้องผลักดันร่วมกันและยังมีนายช่าง วิศวกร ที่เคยเป็นถึงอดีตแคนดิเดตผู้ว่าแต่วันนี้ยอมถอดหมวกทุกใบ เพื่อเปิดทาง เปิดเก้าอี้ให้คนอื่นไปทำหน้าที่ในสภาไม่ได้มีเพียงแค่คนจากยุคอนาคตใหม่ ในสมัยก้าวไกลยังมีหญิงเก่งหญิงกล้าจากคนธรรมดาที่ทำงานด้านการเมือง ยกตัวอย่าง เช่น คนแรกกำลังมีคดี เป็นปากเป็นเสียงเรียกร้องในเรื่องประกันสังคม วันนี้หาเสียงหลายวันที่ผ่านมา เรียกได้ว่า หาเสียงเหมือนวันสุดท้ายของชีวิตทางการเมืองของเขา และหญิงเก่งอีกหญิงแกรอีกหนึ่งคน ที่อาจจะไม่ได้ติดคดี แต่ติดอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ หญิงเก่งหญิงกล้าคนนี้อยู่ร่วมทุกข์ร่มสุขกับประชาชนคนภาคใต้ในจังหวัดสงขลาและอีกหลายจังหวัด ในช่วงที่พวกเขามีความเดือดร้อนมากที่สุด ในวิกฤติมหาอุทกภัยหาดใหญ่ที่ผ่านมาจนวันนี้เป็นที่รักของประชาชนทั่วทั้งประเทศ ตนขอชื่นชมในการทํางาน ไม่เพียงทั้ง 4 คน กับการเดินทางที่ผ่านมา มีสมาชิกพรรคอีกมากที่ร่วมเดินทางมา และยังมีเจ้าหน้าที่พรรค ผู้สมัครของพรรคที่ลงการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ และในวันนี้ยังมีสมาชิกพรรคหัวคะแนนธรรมชาติ หลักแสนคนและหลักล้านคน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเดินทางของพวกเราที่ผ่านมาตลอด 8 ปี เป็นการเดินทางที่สวยงาม ที่บอกว่าสวยงามนั้นเป็นการเดินทางของแต่ละคนล้วนมีความหมายในวันนี้ หล่อหลอมให้ทุกคนมารวมกันอยู่ในที่แห่งนี้ และที่ผ่านมาการเดินทางของพวกเราไม่ง่าย มีอุปสรรคขวากหนาม หลายคนโดนเล่นงาน หลายคนถูกดำเนินคดี ถูกฟ้องร้องถูกปิดปาก แต่ไม่ว่าพวกเราจะมีบาดแผลเท่าไหร่ เกิดเป็นส้มต้องอดทน อดทน ในความมั่นคง ในหลักการ ความเชื่อในการเมืองของประชาชน จะทําให้พวกเรารักและศรัทธาและมีกันมาถึงทุกวันนี้
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า
“จากสถานีปัจจุบันก่อนที่จะไปถึงสถานีปลายทางที่เราเรียกกันว่า การเมืองของประชาชน ที่อํานาจสูงสุดเป็นของประชาชน เราจะต้องเดินทางผ่านอดีตอีกหลายสถานี ยกตัวอย่างเช่น การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การทลายการทุจริตคอร์รัปชั่น การทลายทุนผูกขาด การยุติรัฐรวมศูนย์ และพัฒนาเมืองรองและการแก้ปัญหารัฐพันลึก เอาทหารออกจากการเมือง เอาตั๋วออกจากตํารวจ ทุกสถานีไม่ง่ายแต่เชื่อว่าพวกเราจะทําได้ ทําได้ด้วยเสียงของประชาชนทุกคน”
ในระหว่างปราศรัย มีประชาชนตะโกนว่า ส้มรักตี๋ นายณัฐพงษ์กล่าวตอบกลับว่า ตี๋รักส้ม และกล่าวต่อว่า
“ก่อนที่เราจะมีโอกาสสู่สถานีถัดไป สถานีแรกที่เราจะไปถึงจุดหมายกัน คือ 8 กุมภาพันธ์ สถานีต่อไปที่เราต้องช่วยกัน คือกาเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนจาก 14 ล้านเสียงให้เป็น 20 ล้านเสียง กาให้ถล่มทลาย กาให้ถึง 20ล้านเสียงเพื่อให้ไม่มีใครมาเหยียบอำนาจประชาชนได้อีก”
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า การที่จะเดินหน้าถึง 20 ล้านเสียง จะต้องสื่อสารไปถึงคนในประเทศนี้ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นตา รุ่นยาย หรือว่าคนที่อยู่ในวัยเกษียณ อยากให้พวกท่านเหล่านี้ กาเพื่อจุดไฟในตัวลูกหลานของพวกเขาอีกครั้ง จุดไฟแห่งความหวังของพวกเขาให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง เหมือนที่ไฟของพวกเขาเคยลุกโชนด้วยความหวัง เมื่อประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์เสือตัวที่ 5 อยากเชิญชวนทุกคนที่อยู่ในวัยทำงานหรืออยู่ในวัยรุ่นเดียวกับตนให้ทุกคนกาเพื่อลูกหลาน กาเพื่อเปลี่ยนให้สังคมไทยให้คนที่เกิดและเติบโตขึ้นมาในประเทศนี้ มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จร่วมกัน ไม่ต้องจ่ายส่วยสินบนหรือว่าใต้โต๊ะ หรือไม่ต้องเกิดมาในครอบครัวที่รวยกว่าถึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิต ตนอยากจะขอให้คะแนนเสียงจากกลุ่มวัยรุ่นทุกคนที่หลายคนที่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในชีวิต อยากคว้าแรงสนับสนุนจากคนที่เป็นวัยรุ่น กลุ่มเยาวชน กาเพื่ออนาคตของตัวท่านเอง และช่วยกันบอกต่อ ไปยังพ่อแม่ปู่ย่าตายายให้ช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลง การเลือกตั้งครั้งนี้หมดเวลาแล้วกับการเมืองแบบเก่า ที่เคยแบ่งประชาชนออกเป็นกลุ่มเป็นก้อน 8 กุมภาพันธ์นี้เป็นเวลารวมพลังของประชาชนให้เกิดขึ้น สถาปนาการเมืองของประชาชนขึ้นมาใหม่ เรามีตัวเลือกเพียงแค่ 2 แบบเท่านั้นในการเลือกตั้งของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ แบบแรกถ้าภารกิจของเราไม่สำเร็จ ปประชาชนบางส่วนบางกลุ่มบางก้อนยังรู้สึกลังเล รู้สึกหวาดระแวง ในการเมืองแบบที่พรรคเคยทํา เขาตัดสินใจพวกเราเพียงแค่ครึ่งใจ นั่นก็คือลงคะแนนบัญชีรายชื่อให้กับพรรคประชาชน แล้วแบบแบ่งเขตเลือกแบบเดิมๆ นั้น ถ้าเป็นแบบนี้ บอกได้เลยว่า หลัง 8 กุมภาพันธ์ เราก็คงได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม ไม่ต่างจาก 2ปี 8 เดือนที่ผ่านมา กับตัวเลือกอีกแบบหนึ่ง งานกันมากง่ายมาก เทคะแนนเสียให้พรรคประชาชน 2ใบ กาให้ถึง 20 ล้านเสียง เพื่อให้สสเกินครึ่งสภาเลขในให้ไม่มีใครปฏิเสธรัฐบาลประชาชนได้
นายณัฐพงษ์ ประกาศพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพียงแต่ว่า ความสำเร็จการเดินทางมาถึงในวันนี้ ขอบคุณนายธนาธร จึ่งรุ่งเรืองกิจ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และทุกคนในพรรค
พร้อมย้ำว่า “พรรคประชาชนมีความพร้อมอย่างยิ่งในการตั้งรัฐบาลประชาชน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในเรื่องจุดยืนและหลักการ ความพร้อในเรื่องผู้สมัครและทีมผู้บริหาร ความพร้อมในส่วนของนโยบายที่เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของประเทศไทย ความพร้อมในเรื่องของจุดยืนและหลักการ สัญยาเราจะไม่เอารัฐมนตรีทุจริต เราจะไม่เอาการเมืองแบบเดิมที่มีการแบ่งโควต้ารัฐมนตรีเพื่องบประมาณเอามาแบ่งกันกิน เราจะไม่เอาระบบราชการที่ต่างคนต่างทำ ตอนนี้ผู้สมัคร สส 498 คนเรามีความพร้อม “
ความพร้อมทางด้านนโยบายที่เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวเกี่ยวของประเทศ 200 กว่านโยบาย ภายในปีแรกจะต้องเห็นผลลัพธ์ ซึ่งจะต้องเริ่มทําจากตั้งแต่ 3 เดือนแรกที่มอบนโยบาย และภายใน 4 ปี 1สมัย ตนขอให้คํามั่นสัญญาว่าเราจะมุ่งปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น กู้คืนเงินประชาชนกว่าแสนล้านบาท เพื่อทําสวัสดิกาาที่ก้าวหน้า เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีทุกคน เงินคนแก่หนึ่งพันบาทจะต้องได้ ขอให้กาส้มทั้งสองใบ และยังเหลือบัตรอีกหนึ่งใบ คือการทําประชามติ ให้กาเห็นชอบ เพื่อจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. องค์กรอิสระมาปล้นอํานาจประชาชนไปอีก
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอย้ำว่า “อำนาจในปลายปากกาของทุกคน เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะอยู่ในประเทศไทยที่มีอนาคตแบบไหน อนาคตที่การเมืองถูกผูกขาด เศรษฐกิจถูกผูกขาด และโอกาสถูกผูกขาด หรือการเมืองที่เป็นของประชาชน เศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย และโอกาสที่เท่าเทียมกันทุก ๆ คน อนาคตที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่ตัวตนเองเป็นคนกำหนดได้ แต่อยู่ที่ทุกคน อยากให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ให้กาพรรคประชาชน 2 ใบ กาเห็นชอบในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเปลี่ยนอนาคตในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เป็นอนาคตใหม่ที่ดีของลูกหลาน สร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า ก้าวไกลไปมากกว่าเดิม”
ขณะที่บรรยากาศสวัสดิการปราศรัยของนายณัฐพงศ์ เรืองประยาวุธ ประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังการปราศรัยตะโกนนายกเท้ง เป็นระยะๆ
ภายหลังจบการปราศรัย หัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคทั้งปัจจุบัน และในอดีต ตัวแทนประชาชนทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ปชน. ร่วมกันสาบาน ก่อนเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจให้พวกเราเข้าสู่ชัยชนะจัดตั้งรัฐบาล พวกเราทุกคนสาบานต่อหน้าประชาชน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในไทย สาบานว่าจะซื่อสัตย์ ไม่เป็นตัวแทนของใคร ไม่เป็นรัฐบาลของคน 1% จะเป็นรัฐบาลของคน 99% จะเป็นรัฐบาลที่รับใช้ประชาชนทุกคน นี่คือที่มาของคำว่า รัฐบาลประชาชน นี่คือแสงสว่างจะนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า นำพารัฐบาลประชาชนเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล
Advertisement