
วันที่ 6 ก.พ. 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น พรรคประชาชนจัดปราศรัยโค้งสุดท้าย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ปราศรัยถึงระบบการศึกษาไทย ว่า เรารู้ดีว่าถ้าเราจะยุติความเหลื่อมล้ำที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จะต้องทำให้เด็กทุกคนในประเทศนี้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ แต่ความรู้สึกเจ็บปวดเกี่ยวกับการศึกษาไทยที่ตนสัมผัสได้ตลอดเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา เป็นความเจ็บปวดที่ไม่สามารถอธิบายได้จากตำราทางเศรษฐศาสตร์หรือสถิติจากงานวิจัย
“ผมเห็นเรื่องราวของตายายที่ต้องไปขอให้หลานคนโตต้องออกจากโรงเรียน เพื่อมาช่วยที่บ้านขายของและหารายได้ เพื่อส่งหลานคนเล็กไปเรียนต่อ มีปกครองจำนวนมากที่มาหาผม แลกเปลี่ยนอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับนโยบายการศึกษา และทิ้งท้ายว่าฝากอนาคตลูกไว้ด้วย และล่าสุดผมได้มีโอกาสเจอน้องนักเรียนมัธยมคนหนึ่งที่มาดักคาราวานภาคใต้ เพื่อยื่นจดหมาย 3 หน้ากระดาษที่เขาได้เขียนเกี่ยวกับปัญหาที่เขาพบเจอที่โรงเรียน” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การศึกษาเรามันต้องเข้าใกล้จุดวิกฤตขนาดไหน ประชาชนถึงได้สิ้นหวังขนาดนี้ ที่ผ่านมาทุกพรรครับรู้ถึงปัญหา ก่อนการเลือกตั้งทุกพรรคพูดถึงปัญหาการศึกษากันหมด แต่ที่ผ่านมาการเมืองแบบเดิมแก้ไขปัญหาการศึกษาไม่ได้ เพราะการแก้ไขปัญหาการศึกษาไม่ได้ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของผู้เล่นในระบบการเมืองแบบเดิม
“การยกระดับการเรียนการสอนในห้องเรียนไม่ได้เห็นผลเร็วเท่ากับการแจกเงินหรือการซ่อมถนน การเพิ่มเงินอุดหนุนให้กับนักเรียนไม่ได้มีสตางค์ทอนเหมือนกับการก่อสร้างอาคารสำนักงานหรือการสร้างแอปฯที่ซ้ำซ้อน และการฟื้นฟูให้นักเรียนสวนทางกับผู้มีอำนาจในการเมืองแบบเดิมที่ต้องการเอาครูมาใช้เป็นแรงงานฟรี เป็นไม้ประดับเพื่อแสดงอำนาจในกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้น เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง” นายพริษฐ์ กล่าส
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราไม่ต้องการชนะแค่มีอำนาจ แต่เพื่อนำอำนาจที่ประชาชนมอบให้ใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ หากประเทศไทยจะเปลี่ยน การศึกษาก็ต้องเปลี่ยน
นายพริษฐ์ ยังโชว์สิ่งที่นักเรียนต้องแบกไปโรงเรียนในทุกวัน อย่างแรกคือหนังสือ โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า หนังสือเป็นสิ่งที่ไม่ใช่นักเรียนแบกหนังสือไปอย่างเดียว แต่แบกความล้าหลังไปด้วย เพราะไม่ได้ปรับเปลี่ยนตั้งแต่ iPhone รุ่นแรก
สิ่งของชุดที่ 2 คือผ้าป่ากับพัดลม นายพริษฐ์ กล่าวว่า เด็กจำนวนมากยังไม่ได้เข้าถึงการเรียนฟรีที่ฟรีจริงและมีคุณภาพ บางโรงเรียนปิดแอร์แต่ต้องมาเก็บเงินกับผู้ปกครองเพิ่ม บางโรงเรียนไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณเพียงพอ เราจะทำให้โรงเรียนมีฟรี 100% ครอบคลุมทุกพื้นที่ เราจะกลับสู่การจัดสรรทรัพยากรโดยที่ไม่ได้คิดถึงแค่จำนวนนักเรียน
สิ่งของชุดที่ 3 คือ กล่องอาหารและกระติกน้ำ นายพริษฐ์ กล่าวว่า มีเด็กที่ต้องอดอาหาร หนึ่งมื้อเพราะเงินไม่เพียงพอบางโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีน้ำสะอาดให้เข้าถึงด้วยซ้ำ นักเรียนต้องพกกระติกน้ำมาจากบ้าน เราต้องไม่มองการศึกษาเป็นแค่เรื่องวิชาการ ถ้าเด็กนักเรียนในประเทศเราต้องนั่งอยู่ในห้องเรียนด้วยความหิวโหย ร่างกายที่อ่อนล้า แล้วจะมีสมาธิและความสุขกับการเรียนรู้ได้อย่างไร ถ้าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลแล้ว จะเอาจริงกับการดูแลสุขภาพนักเรียนทุกคน
สิ่งของชุดที่ 4 คือ ไดอารี่คุณครูและเอกสารราชการของคุณครู นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากนักเรียนเผลอหยิบไดอารี่ของคุณครู หยิบเอกสารราชการของคุณครูลืมไว้ แล้วเปิดอ่าน จะค้นพบว่างานจำนวนมากที่ครูต้องทำนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเรียนรู้ของตัวเขา เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก มีครูที่จบชีวิตตัวเองเพราะงานด้านธุรการ มันตอกย้ำชัดว่างานหนังไม่เคยฆ่าใครไม่เป็นจริง รัฐบาลประชาชนจะเอาจริงกับการคืนชีวิตให้คุณครูและคืนครูให้กับห้องเรียน อะไรที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ยกเลิกทันที เราจะเปิดให้ครูประเมินผอ.ได้
นายพริษฐ์ ยังโชว์สิ่งของชุดสุดท้าย คือหมอนและผ้าห่ม พร้อมกล่าวว่า ต้องยอมรับตรงไปตรงมาว่านักเรียนเราหลายคนอดหลับอดนอน รู้สึกเหนื่อยตลอด สาเหตุหนึ่งเพราะสิ่งที่การศึกษาดูดไปมากที่สุดคือเวลา เราจะส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ นอกห้องเรียนได้ ผ่านคูปองเปิดโลกที่ใช้ในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมนอกห้องเรียน
“ทุกท่านทราบหรือไม่ครับอะไรคือสิ่งที่นักเรียนต้องแบกหนักที่สุดในมุมมองของผม มันคือความคาดหวังประเทศ เราคาดหวังทุกสิ่งทุกอย่างจากเด็กและเยาวชน แต่ไม่มีระบบที่สนับสนุนให้เขาเดินตามความฝันได้ ต้องเรียนหนัก จบมามีงานทำ แต่เราระบบการศึกษาที่ไม่ได้สอนในสิ่งที่เขาสามารถนำไปใช้ได้ สังคมเราคาดหวังให้เด็กคนหนึ่งก็ไปโรงเรียนทุกวัน ตั้งใจเรียนทุกคาบเรียน แต่บางทีพวกเขากู้หนี้ยืมสินเพื่อส่งลูกไปเรียนที่ดี คาดหวังให้เด็กกล้าคิดกล้าแสดงออก กล้าตั้งคำถาม แต่เรามักไม่ชอบฟังความเห็นเขา” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ ย้ำว่า 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยนการศึกษาไทย เพื่อให้ลูกหลานของเรา หากถามว่าเป้าหมายสูงสุดทางการเมืองของตนคืออะไร ตนมีความความฝันที่อยากเห็นประเทศนี้เป็นประเทศที่คนตื่นเต้นกับการเลือกตั้ง ยินดีที่จะจ่ายภาษีและสะดวกใจกับการส่งลูกไปเรียนโรงเรียนรัฐ และจะเป็นจริงได้เมื่อตั้งรัฐบาลประชาชน
Advertisement