
(6 ก.พ. 2569) เวลา 11.00 น. ที่ สภ.เมืองปัตตานี นายรอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยนายไวชิต อุดมวนิช ผู้สมัคร สส. เขต 1 ปัตตานี พรรคประชาชน ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองปัตตานี ในกรณีเรื่องที่มีปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเพจเฟชบุ๊กมีผู้ติดตาม 35,000 คน และมีผู้ใช้งานบัญชีแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กกดถูกใจเพจจำนวน 14,000 บัญชีผู้ใช้งาน ซึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กโดยตั้งค่าการเข้าถึง โพสต์เป็นแบบสาธารณะ พร้อมกับลงรูปประกอบการโพสต์ข้อความ ดังนี้
BRN ชาติชั่ว วางระเบิดในห้องน้ำคนพิการ ไม่ระยำจริงทำไม่ได้นะ พรรคการเมืองเหี้** ที่ สนับสนุน BRN มึงอย่าคิดจะมาเป็นรัฐบาลเลย ใครสนับสนุนพรรคเหี้**นี่พวกมึงเหี้**กว่า เราไม่เอา พรรคการเมืองที่สนับสนุน BRN
โดยทาง นายรอมฎอน ได้ทำการแจ้งความเพื่อเอาผิดกับเพจดังกล่าว เพราะตนมองว่าเป็นการล้ำเส้นจนเกินควรไปมาก ตนเข้าใจและยอมรับการเห็นต่าง ก็ในกรณีนี้ตนมองว่าเป็นการโจมตีทางตนและพรรคให้เกิดการรับรู้ที่ผิดเพี้ยนไป โดยเบื้องต้นจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวนเวรได้รับเรื่องไว้และจะดำเนินการตามหลักกฎหมายต่อไป
นายรอมฎอน เปิดเผยว่า วันนี้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองปัตตานี ในประเด็นที่มีเพจเขียนข้อความแพร่มลทิน ด้อยค่าตนและพรรคประชาชน ว่าเกี่ยวข้องกับวางระเบิดภายในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ต.ตะลุโบะ หน้าโรงไฟฟ้า และได้เรียกร้องให้คนที่อ่านข้อความไม่เลือกพรรคที่สนับสนุน BRN หรือใช้กำลัง ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส และยังมีเพจมากมายที่ออกมาโพสต์ลักษณะนี้ ไม่ใช่ครั้งแต่ แต่มีการพาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ตนและพรรคประชาชนมักจะถูกโยงให้เกียวข้องกับการใช้ความรุนแรง
นายรอมฎอน เผยอีกว่า ตนขอปฏิเสธ และขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีสวนเกี่ยวข้อง ตนและพรรคประชาชนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย และสันติวิธี เชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสังคมผ่านวิธีการที่สันติ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้รับไม่ได้เป็นอย่างมาก และมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งตำรวจ และกระบวนการยุติธรรมในการดำเนินคดี เพื่อติตตามหาที่มาของข้อความเหล่านี้ อีกทั้งขอความเป็นธรรมให้กับตนและพรรคประชาชน เพราะตนต้องการเห็นการเลือกตั้งที่ฟรี และแฟร์ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบ และตนเชื่อว่านอกเหนือจากนี้ เราได้ตั้งข้อกล่าววหาไว้ทั้งเจ้าของเพจ และคนที่เข้าไปคอมเมนต์ คนที่ไปแชร์ และหลังจากนี้ตนมองว่าจะต้องจริงจังมากขึ้นในการดำเนินคดีของผู้ที่เผยแพร่ข่าวสารที่มุ่งด้อยค่า แพร่มลทิน นักการเมือง นักกิจกรรม และประชาชน เพราะทั้งหมดนี้จะทำลายบรรยากาศของสันติภาพ และการหาทางออกทางการเมือง
นายรอมฎอน ทิ้งท้ายว่า เรื่องนี้ที่เกิดขึ้นในห้วงเลือกตั้ง ซึ่งก็มีผลกระทบอย่างแน่นอน ตนเชื่อว่าเรื่องเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะในความขัดแย้งทางการเมือง เราต้องการพื้นที่เสรีภาพที่มากที่สุด เพื่อให้ผู้คนแสดงความรู้สึกให้ได้มากที่สุด แต่ต้องไม่เกินเส้น อย่างกรณีเป็นเรื่องที่เกินเส้นมาก เพราะเป็นการเชื่อมโยงการเมืองในเรื่องแบบนี้กับความรุนแรง นอกจากเป็นสิ่งที่บิดเบือนข้อเท็จจริงแล้ว ก็ยังมุ่งเปลี่ยนความคิดของประชาชนในการตัดสินใจใช้สิทธิ์ของตนเองอีกด้วย
Advertisement