
วันที่ 4 มิ.ย. 69 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความถึงกรณีกระทรวงการคลังได้ออกหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยพ่อ แม่ ที่ลูกนำรายชื่อไปลดหย่อนภาษี 30,000 บาท จะไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า นี่มันเกณฑ์อะไรกัน ลูกหักลดหย่อนอุปการะบุพการีได้ปีละ 30,000 บาท ให้กับพ่อแม่ที่อายุเกิน 60 ปี และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทเท่ากับว่ารัฐสนับสนุนให้ลูกส่งเงินให้พ่อแม่ใช้เดือนละไม่ถึง 3,000แต่ถ้าเอาไปลดหย่อนเมื่อไหร่ พ่อแม่โดนตัดสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการทันที ทั้งๆ ที่เกณฑ์รายได้หากจะได้บัตรสวัสดิการคือ ไม่เกิน 100,000 บาท ลูกส่งเงินมารวมกับรายได้ของพ่อแม่ยังไงก็ไม่เกิน 60,000 บาท เอาอะไรไปตัดสิทธิ์เค้า...??? กลายเป็นทำโทษลูกกตัญญู ถ้าให้ลดหย่อนอุปการะบุพการี 100,000 บาทก็ว่าไปอย่าง
จากนั้น น.ส.ศิริกัญญา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลเปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน รอบใหม่ โดยมีการปรับเกณฑ์การคัดเลือกให้ละเอียดขึ้น ซึ่งนำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนถึงความไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีการตัดสิทธิพ่อแม่ที่ลูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูว่า
เกณฑ์ดังกล่าวมีความย้อนแย้งเป็นอย่างมาก เนื่องจากตามเกณฑ์ภาษีในปัจจุบัน บุตรสามารถนำชื่อบิดามารดาที่อายุเกิน 60 ปี และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ไปหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบุพการีได้ปีละ 30,000 บาท ซึ่งเท่ากับว่ารัฐสนับสนุนให้บุตรส่งเงินให้บิดามารดาใช้เดือนละไม่ถึง 3,000 บาท แต่หากบุตรนำสิทธินี้ไปใช้ลดหย่อนภาษีเมื่อใด บิดามารดากลับต้องถูกตัดสิทธิการรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในทันที
ทั้งที่เกณฑ์รายได้ของผู้ที่มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถูกกำหนดไว้ว่าต้องมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี หากนำเงินที่บุตรส่งให้เพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษีมารวมกับรายได้ของบิดามารดา อย่างไรยอดรวมก็ไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี จึงเป็นที่น่าตั้งคำถามว่ารัฐบาลนำเหตุผลใดมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสิทธิประชาชนกลุ่มนี้
“เกณฑ์แบบนี้กลายเป็นการทำโทษลูกกตัญญู ถ้าหากรัฐบาลให้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะบุพการีได้ถึง 100,000 บาทก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เอาอะไรไปตัดสิทธิเขา” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
Advertisement