
วันที่ 31 ม.ค. 69 น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพินี กทม. ว่า "ผมกับหลานอังเคิล เดินหมากรักษาอธิปไตยของชาติคนละแนวทางกัน ผมไม่ใช่หลานอังเคิล จึงไม่มีวันทำตามความต้องการของอังเคิลที่อยู่นอกประเทศ อย่าว่าแต่อังเคิลเลย แดดดี้ที่อยู่ในประเทศผมก็ไม่ฟัง"
น.ส.ขัตติยา ระบุว่า อยากฝากถึงกองเชียร์พรรคภูมิใจไทยว่า เมื่อการเลือกตั้งเข้าสู่โค้งสุดท้าย กระแสของพรรคที่ท่านเชียร์อาจอ่อนแรงลงหรือไม่ เลยเป็นเหตุให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพวกท่านหยิบยกประเด็นชาตินิยมขึ้นมาใช้ หรือสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวเกี่ยวกับสงคราม เพื่อเรียกคะแนนเสียงให้กับตนเอง
วิธีนี้เป็นมุกเก่าที่คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้ทันกันดี ครั้งแรกอาจพอเข้าใจได้ แต่ครั้งที่สองหลังเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ผล ตนจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ถูกนำกลับมาใช้อีกเป็นครั้งที่สาม
น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า แทนที่นายอนุทินจะนำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบายต่อประชาชนในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กลับหลีกเลี่ยงเวทีดีเบต แต่เลือกใช้การปลุกเร้าความหวาดกลัวแทน จนทำให้ตนอดตั้งคำถามถึงความพร้อมและคุณสมบัติในการเป็นผู้นำประเทศไม่ได้จริงๆ
น.ส.ขัตติยา ยังกล่าวถึงกรณีคุณศุภจีที่ปราศรัยว่าตนเองไม่ใช่นักการเมือง แต่มาทำเพื่อชาติบ้านเมือง โดยมองว่าคำกล่าวเช่นนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการเมืองเป็นสิ่งสกปรกที่ไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยว ทั้งที่ในความเป็นจริง ตั้งแต่วันที่คุณรับตำแหน่งรัฐมนตรีและทำหน้าที่ฝ่ายบริหารมาแล้วกว่าสองเดือน คุณก็คือนักการเมืองนับตั้งแต่วินาทีแรกที่รับตำแหน่งนั้น
น.ส.ขัตติยา กล่าวทิ้งท้ายว่า หากรังเกียจนักการเมืองอาชีพ หรือไม่ประสงค์จะนิยามตนเองว่าเป็นนักการเมืองจริง คุณคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องหันกลับไปมองพรรคการเมืองที่คุณเลือกเข้าไปร่วมงาน ซึ่งอุดมไปด้วยนักการเมืองอาชีพและนักการเมืองบ้านใหญ่ ว่าการที่คุณประกาศว่าตนเองไม่ใช่นักการเมืองนั้น คุณต้องการจะสื่อสารอะไรกับประชาชนและเพื่อนร่วมพรรคของคุณกันแน่
Advertisement