
พลตรี วินธัย สุวารี เลขานุการกองทัพบกและโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงแนวทางการสนับสนุนการเลือกตั้งว่า กองทัพบกยึดมั่นในความเป็นกลางทางการเมือง โดยกำลังพลทุกนายมีสถานะเป็นประชาชนคนไทยเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป และผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในฐานะหน้าที่ของพลเมือง พร้อมยืนยันว่าไม่มีการชี้นำหรือแทรกแซงทางการเมืองแต่อย่างใด
ในระดับหน่วย กรมกำลังพลได้กำหนดแนวปฏิบัติให้พรรคการเมืองสามารถเข้าหาเสียงได้อย่างเหมาะสมและเท่าเทียม โดยต้องให้เวลาและเงื่อนไขที่เสมอกันทุกพรรค และต้องไม่กระทำการใดที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรหรือขัดต่อกฎหมาย
พลตรี วินธัย ระบุว่า บรรยากาศการเลือกตั้งในครั้งนี้แตกต่างจากการเลือกตั้งปี 2566 อย่างเห็นได้ชัด โดยในอดีตมีการนำประเด็นเกี่ยวกับกองทัพไปใช้ในการหาเสียงในลักษณะใช้อารมณ์หรือข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น เรื่องการถือครองที่ดิน หรือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร ซึ่งกองทัพบกยืนยันว่า ที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ราชพัสดุของรัฐ กองทัพมีหน้าที่ดูแลแทนกระทรวงการคลัง ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
กองทัพบกพร้อมเปิดรับข้อสงสัยและคำวิพากษ์จากสังคม และถือว่าเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา บนพื้นฐานของความถูกต้องและกฎหมาย ไม่ใช่เพื่อสร้างความขัดแย้ง
โฆษกกองทัพบก ยังกล่าวถึงบทบาทหลักของกองทัพบก 4 ด้าน ได้แก่ การพิทักษ์สถาบัน งานป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน และการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเป็นภารกิจที่ประชาชนสามารถเห็นและจับต้องได้ โดยเฉพาะงานป้องกันประเทศตามแนวชายแดน ที่สะท้อนถึงความพร้อมและการฝึกอย่างต่อเนื่อง
ในกรณีการกระทำผิดภายในองค์กร กองทัพบกยืนยันไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และถือว่ากองทัพเป็นผู้เสียหายรายแรก หากพบการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทันที
ท้ายที่สุด พลตรี วินธัย ย้ำว่า กองทัพบกเป็นข้าราชการประจำ ทำหน้าที่ตามกรอบกฎหมายและบทบาทหลักขององค์กร ไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารประเทศ ภารกิจป้องกันอธิปไตยและดูแลความมั่นคงของชาติจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
Advertisement