Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
พล.อ.รังษี ซัดเขมรขุดคูเลต ส่อแววปะทะรอบ3 ระวังถล่มวันเลือกตั้ง

พล.อ.รังษี ซัดเขมรขุดคูเลต ส่อแววปะทะรอบ3 ระวังถล่มวันเลือกตั้ง

28 ม.ค. 69
08:55 น.
แชร์

พล.อ.รังษี ซัดเขมรขุดคูเลต ส่อแววปะทะรอบ3 เตือนรัฐบาล-กกต. รับมือจรวดฮุนเซนถล่มวันเลือกตั้ง ประกาศกร้าวถ้าเป็นนายกฯ จะรบนอกบ้าน-ถล่มกาสิโน 

วันที่ 28 ม.ค. 69 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์กรณีกัมพูชาขุดคูเลตเพิ่มแบบยุทธวิธี ​บริเวณแนวชายแดน​ว่า เป็นสัญญาณอันตรายที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการซ่อมแซมสะพาน หรือเส้นทางคมนาคมที่ชำรุดเสียหาย เพราะนั่นเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และการสัญจรไปมา มีเหตุผลรองรับ แต่กรณีการขุดคูเลตที่ปรากฏนั้น เป็นคนละประเด็นอย่างสิ้นเชิง 

"การขุดคูเลตในลักษณะนี้ คือการดัดแปลงที่มั่นทางทหาร เพื่อคิดจะทำสงคราม มันคือการเตรียมความพร้อมทางยุทธวิธี เป็นสิ่งบอกเหตุทางทหารที่ชัดเจนว่า กัมพูชามีแนวโน้มที่จะก่อการปะทะ หรือทำสงครามกับเราในรอบถัดไป" หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าว 

เมื่อถามถึงโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันอีกครั้ง พล.อ.รังษี วิเคราะห์ว่า วันนี้เชื่อว่าฝ่ายกองทัพไทยมีการเตรียมการและวางแผนโต้ตอบไว้แล้วหากเกิดการปะทะรอบที่ 3 แม้รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ แต่กองทัพตระหนักดีว่าอยู่ในช่วงเปราะบางที่กำลังจะมีการเลือกตั้งใหญ่เกิดขึ้น ส่วนคำถามที่ว่าจะมีการปะทะก่อนหรือในวันเลือกตั้งหรือไม่นั้น ก็มีความเป็นไปได้ 

"เราไม่สามารถคาดเดาความคิดของฮุนเซนได้ สมมติว่าเขาสั่งยิงจรวดเข้ามาในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง คำถามคือเราจะเลือกตั้งกันได้อย่างไร อะไรก็เกิดขึ้นได้เพราะเขาสามารถทำทุกอย่างที่อยากทำ เรื่องนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องพิจารณาเตรียมรับมือ" 

พล.อ.รังษี เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับการเลือกตั้งว่า หากสถานการณ์ส่อเค้าความรุนแรง หรือมีการปะทะเกิดขึ้นจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณา "ถอยคูหาเลือกตั้ง" ตามแนวชายแดนที่อยู่ในรัศมีปะทะออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาลและ กกต. ที่ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ว่าจะเดินหน้าเลือกตั้งภายใต้มาตรการความปลอดภัยเข้มข้น หรือจำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 

ส่วนกรณี ที่มีข่าวว่าเลขาธิการ สมช. และอัยการได้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อฟ้องร้อง ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในฐานะผู้สั่งการในเหตุปะทะชายแดนนั้น หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้ความเห็นว่า การฟ้องร้องเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ในทางปฏิบัติอาจไม่มีผลสัมฤทธิ์หากไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ 

"ถ้าฟ้องแล้วจับตัวฮุนเซนมาขึ้นศาลในไทยไม่ได้ มันก็เป็นแค่การฟ้องกระดาษเปล่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เว้นแต่จะทำแบบสหรัฐอเมริกาที่บุกไปจับตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นั่นถึงจะมีผล เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเห็นชัดว่าฮุนเซนสั่งโจมตีพลเรือนไทย ทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย ถือเป็นเจตนาฆาตกรรม จะฟ้องอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูว่ามีความสามารถไปจับตัวเขามาดำเนินคดีได้หรือไม่" 

พล.อ.รังษี ยังได้แสดงวิสัยทัศน์ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยประกาศว่าหากตนได้เป็นผู้นำประเทศ แล้วกัมพูชาเปิดฉากโจมตีพลเรือนไทยอีก ตนจะสั่งการตอบโต้แบบ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" และต้องเป็นการ "รบนอกประเทศ"เท่านั้น 

"ถ้าผมเป็นนายกฯ แล้วเขาทำแบบนี้ ผมจะสั่งทำลายบ่อนกาสิโนตลอดแนวชายแดนทั้งหมด เพราะนี่คือการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว หนึ่งคือตัดเส้นทางการเงินของฮุน เซน และสองคือทำลายฐานที่มั่นของแก๊งสแกมเมอร์ที่ฝังตัวอยู่ เราต้องรบนอกบ้านเพื่อปิดเกม ถ้ามัวแต่ตั้งรับในบ้าน เราจะไม่มีวันชนะและไม่สามารถกดดันให้เขาสิ้นสภาพความเป็นภัยคุกคามได้ ที่ผ่านมาเขาสิ้นสภาพไปเยอะแล้วแต่เราดันหยุดรบเอง ทำให้เขาฟื้นตัวได้ เพราะมีคนสมคบคิดอยู่ในประเทศไทย" 

นอกจากมาตรการทางทหาร พล.อ.รังษี ยังย้ำถึงความจำเป็นในการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 (บันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา ) "ต้องยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 แล้วให้กัมพูชาไปสมัครเป็นสมาชิกองค์กร UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล) เสียก่อน ซึ่งไทยเป็นสมาชิกอยู่แล้ว โดย UNCLOS จะเป็นองค์กรกลางกำหนดไหล่ทวีปและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ และต้องยอมรับการใช้แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ในการปักปันเขตแดน เมื่อเขาอยู่ภายใต้กติกาสากลนี้แล้วค่อยมาคุยเรื่อง MOU ฉบับใหม่" 

ในช่วงท้าย พล.อ.กรังษี กล่าวทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า ตนไม่กังวลเรื่องมหาอำนาจที่จะเข้ามาหนุนหลังกัมพูชา เพราะทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนต่างก็ไม่ต้องการเสียไทยไปในทางยุทธศาสตร์ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องระหว่างไทยกับกัมพูชาโดยตรง 

"เราต้องแสดงความเข้มแข็ง และปราบพวกสแกมเมอร์ในไทย อายัดทรัพย์ ฟ้องร้อง และถ้าจำเป็นต้องใช้กำลัง ก็ต้องรบออกนอกประเทศเพื่อยึดภูมิประเทศสำคัญใช้เป็นอำนาจต่อรอง ปัญหาจะได้จบเสียที" พล.อ.รังษี กล่าว

Advertisement

แชร์
พล.อ.รังษี ซัดเขมรขุดคูเลต ส่อแววปะทะรอบ3 ระวังถล่มวันเลือกตั้ง