
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา น.ส.นภาดา เพ็ชร์จินดา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เเละนายวิรัตน์ เกียรติสันดิกุล ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต1 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดต้นสัก ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมีนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนนทบุรี ได้มาช่วยเเนะนำนายวิรัตน์เเละนโยบายพรรคต่อประชาชนด้วย
น.ส.นภาดา กล่าวว่า นายวิรัตน์ทำงานในพื้นที่มายาวนาน เป็นผู้ช่วย สส. 2 สมัย เเละเป็น สจ. นนทบุรี 4 สมัย จึงเข้าใจพื้นที่เป็นอย่างดี ขณะที่การเเก้ปัญหาเเละพัฒนาเขต1 นนทบุรีนั้น สส.ต้องประสานหน่วยราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน ผู้นำชุมชนด้วย ดังนั้นพรรคเพื่อไทยเเละตน จึงมั่นใจว่านายวิรัตน์จะเป็นตัวเเทนประชาชน เขต1 นนทบุรีไปสะท้อนสิ่งที่ประชาชนต้องการได้
"ขอโอกาส และขอคะแนนเสียงให้ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเบอร์ 9 และให้นายวิรัตน์ เบอร์ 4 เขต 1 นนทบุรี ชนะขาดเพราะสิ่งที่พรรค และผู้สมัคร สส.หาเสียงไว้ จะดำเนินการให้ทันทีหลังวันที่ 8 กพ. ตามสโลเเกนเพื่อไทยทำได้" น.ส.นภาดา กล่าว
น.ส.นภาดา ยังย้ำว่า วันที่ 8 ก.พ. นี้ ประชาชนจะได้บัตรสามใบ ประกอบด้วย บัตรสีเหลือง คือ ประชามติเเก้รัฐธรรมนูญ บัตรสีเขียวคือ เลือก สส.เขต บัตรสีชมพูคือ เลือกสส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้นประชาชนอย่าจำสับสน
ส่วนนโยบายพรรคเพื่อไทยที่สอดคล้องกับพื้นที่เขต 1 นนทบุรี ที่มีประชาชนอาศัยหนาเเน่น ทั้งนโยบายที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนคือ นโยบายพรรคที่ดำเนินการตั้งเเต่ปี 2544 จนถึงวันนี้ยังมีการดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะนโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคด้วย AI เชื่อมโยงข้อมูลรักษาต่อเนื่อง ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ซึ่งพรรคพร้อมเดินหน้ายกระดับระบบสาธารณสุขไทย ผ่าน 3 วิธีการ คือ
30 บาทรักษาทุกที่ : เจ็บป่วยเล็กน้อยไปร้านยา-คลินิก ทำฟันได้ ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลได้เลย
ยกระดับด้วย AI : เชื่อมฐานข้อมูลสุขภาพทุกโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน
ลดภาระ : ลดเอกสาร ลดเวลารอคอย เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
น.ส.นภาดา กล่าวว่า ชาวนนทบุรีจำนวนหนึ่งอาศัยในพื้นที่ เเต่เกือบทั้งสัปดาห์ต้องเดินทางไปทำงานในกทม. นอกเหนือจากนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และรถเมล์ติดเเอร์ 10 บาท ที่พรรคมั่นใจว่าหากได้ตั้งรัฐบาลแล้วทำได้ พรรคจะสนับสนุนการเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นๆ เข้าสู่ระบบตั๋วร่วมทั้งหมด คือ รถสองแถว เรือด่วน รถตู้ เป็นต้น ซึ่งในกลไกของพ.ร.บ.ตั๋วร่วม ได้วางกรอบของการใช้เงินกองทุนไว้ให้สามารถนำมาส่งเสริมขนส่งสาธารณะต่างๆ เหล่านี้ในการเข้าสู่ระบบตั๋วที่เป็นมาตรฐานกลางได้ มั่นใจว่าหากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง
Advertisement