
วันที่ 25 ม.ค. ที่อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และน.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง พร้อมคณะ เปิดปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 เขต โดยมีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยและให้การต้อนรับด้วยการคล้องพวงมาลัยกล้วยให้กับคณะหาเสียงพรรคเพื่อไทยกันอย่างอบอุ่น
นายจุลพันธ์ เปิดฉากปราศรัยเรียกเสียงเฮจากมวลชน ว่า "หนูเอ้ยหนิมมาเยี่ยมถึงบ้านแล้วนะวันนี้" โดยกล่าวต่อว่าวันที่ 8 ก.พ.นี้ ชาว จ.บุรีรัมย์ จะเป็นผู้ตัดสินชะตาประเทศชาติด้วยมือของคนบุรีรัมย์ ด้วยการเดินหน้าไปกับพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ( 26 ม.ค.) จะเป็นครั้งแรกที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย จะมาเยือนบุรีรัมย์ ที่ อ.พุธไทสง ว่าที่ผู้นำประเทศที่จะพาคนไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ควบคู่ไปกับการเดินหน้าประเทศด้วยการใช้หลักวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาพัฒนาประเทศ
ซึ่งการจะทำหน้าที่ให้สำเร็จ ศ.ดร.ยศชนัน จำเป็นต้องมีองคาพยพจากเสียง สส. เพื่อสนับสนุนการบริหาร จึงขอโอกาสจากชาว จ.บุรีรัมย์ ให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัด
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ นายจุลพันธ์ ได้หยิบยกนโยบายต่างๆ มานำเสนอชาวบุรีรัมย์ โดยเฉพาะนโยบายใหม่ 'สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9' ที่จะทำให้ประชาชนได้เงินรางวัลไปสร้างตัว แต่ยังมีกุศโลบายคือการเปลี่ยนประเทศให้เดินหน้าด้วยข้อมูล ด้วยการดึงธุรกิจนอกระบบเข้ามาในระบบ นอกจากนี้จะแก้ปัญหาการลงทะเบียนข้อมูลของเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพหลักในพื้นที่บุรีรัมย์ ยกตัวอย่างเวลาเกิดเหตุอุทกภัย เกษตรกรไทยหลายรายตกสำรวจไม่สามารถรับเงินเยียวยาได้ นี่จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการช่วยให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรไทยอย่างเท่าเทียม
ขณะเดียวกันนโยบายนี้จะเป็นเครื่องสำรวจความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจในแต่ละจังหวัด และจะถูกนำไปสู่การออกนโยบายสนับสนุนหรือแก้ปัญหาต่างๆ ในแต่ละพื้นที่
สำหรับเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายจุลพันธ์ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยไทย อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องเร่งทำคือการคืนความปกติให้พื้นที่โดยเร็ว เพราะเสียงเชียร์จากนอกพื้นที่ ไม่ได้รับผลกระทบเหมือนคนในพื้นที่ ทั้งทางเศรษฐกิจหรือความปลอดภัยในชีวิต
อย่างไรก็ดีในส่วนนโยบายที่เคยประกาศไว้ พร้อมสานต่อทันที ไม่ว่าจะเป็น คนไทยไร้จน, ปราบปรามยาเสพติด-สแกมเมอร์, ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30 % ,ล้างหนี้ประชาชน รวมถึงคนละครึ่งยิ่งกว่าพลัส 70:30 และอีกหลายนโยบาย
ช่วงท้ายการปราศรัยนายจุลพันธ์ ได้ขอให้ผู้มาร่วมฟังส่งเสียงความคิดถึงส่งไปยังอดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร โดยมีผู้สนับสนุนส่งเสียงสนั่นเวที
ด้าน น.ส.ลิณธิภรณ์ ย้ำถึงนโยบายการศึกษาของพรรคเพื่อไทย ว่าพรรคเพื่อไทยได้ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาตั้งแต่สมัยไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย โดยมีการพัฒนาในทุกระดับชั้นการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการดูแลในเรื่องโภชนาการ หรือการนำเทคโนโลยีเข้ามาดูแลความปลอดภัยและการยกระดับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การศึกษาเดินหน้าต่อไปทั้งระบบ
นอกจากนี้ในสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้สนับสนุนเยาวชนไทยให้เข้าถึงโอกาสผ่านโครงการ ODOS ซึ่งได้อนุมัติไปแล้ว 4 รุ่น และจะกลับไปผลักดันต่อทันที เมื่อกลับไปเป็นรัฐบาล
นอกจากนี้จะสานต่ออาชีวะสร้างชาติ เพื่อผลักดันให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสไปทำงานที่ต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลเพื่อไทยเคยทำสำเร็จมาแล้ว
สำหรับผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย ทั้ง 10 เขต ประกอบไปด้วย เขต 1 นายพีรภัทร ทองธีรสกุล เบอร์ 2, เขต 2 นายปรัชชญา ตรีกาญจนา เบอร์ 3, เขต 3 นายทรงพล ทะรารัมย์ เบอร์ 5, เขต 4 นายพรรศรณ์ สาครเสถียร เบอร์ 5, เขต 5 นายใหม่ สุขะเดชะ เบอร์ 1
เขต 6 นายประยูร เพ็งจันทร์ เบอร์ 1, เขต 7 นายพรรธนู วรรณกางซ้าย เบอร์ 3, เขต 8 นายวินัย จีนโน เบอร์ 7, เขต 9 นายต่อพงษ์ จีนใจนำ เบอร์ 6, เขต 10 นายจำรัส เวียงสงค์ เบอร์ 1
ด้านทีมหาเสียงนำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายก พร้อมทีมผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์, นายสมคิด เชื้อคง, นายพลนชชา จักรเพ็ชร
Advertisement