Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"จริยธรรมการสัมผัส" บททดสอบแรกของพ่อเลี้ยงเมื่อย้ายเข้าครอบครัวใหม่

"จริยธรรมการสัมผัส" บททดสอบแรกของพ่อเลี้ยงเมื่อย้ายเข้าครอบครัวใหม่

21 ม.ค. 69
15:16 น.
แชร์

ไม่ใช่พ่อแท้ๆ ต้องแคร์ขอบเขต จริยธรรมการสัมผัส (Ethics of Touch) กฎเหล็กการวางตัวที่พ่อเลี้ยงต้องขีดเส้นให้ชัด เมื่อย้ายเข้าสู่ครอบครัวใหม่

การสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวใหม่ (Blended Family) ระหว่าง พ่อเลี้ยง และ ลูกเลี้ยง เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องใช้ทั้งความใจเย็น ความเข้าใจ และเวลา เปรียบเสมือนการสร้างบ้านหลังใหม่บนฐานรากเดิม ซึ่งต้องอาศัยการปรับตัวของทุกฝ่าย เป็นโครงสร้างสังคมที่มีความซับซ้อนสูงและมีความเปราะบางเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อเลี้ยงและลูกเลี้ยงหญิง ซึ่งมักเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านจิตวิทยา พัฒนาการตามช่วงวัย และบรรทัดฐานทางสังคมที่เข้มงวด

การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพ่อเลี้ยงและลูกเลี้ยงหญิง จำเป็นต้องพิจารณาผ่านมุมมองทางจิตวิทยาและสังคมวิทยาที่หลากหลาย มีงานวิจัย ระบุว่าเด็กหญิงมักมีอุปสรรคในการปรับตัวเข้าหาพ่อเลี้ยงมากกว่าเด็กชาย โดยมักมองว่าพ่อเลี้ยงเป็นผู้บุกรุก และมีแนวโน้มที่จะเกิดความขัดแย้งได้ง่ายกว่า พลวัตนี้มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกโดยสายเลือด เนื่องจากขาดพื้นฐานความผูกพันในช่วงปฐมวัย

ในทางจิตวิทยาเชิงวิวัฒนาการ มีการวิเคราะห์ว่าความทุ่มเทของพ่อเลี้ยงที่มีต่อลูกเลี้ยงอาจมีความแตกต่างจากพ่อโดยสายเลือด เนื่องจากขาดความเชื่อมโยงทางชีวภาพ อย่างไรก็ตาม พ่อเลี้ยงมักใช้การเลี้ยงดูบุตรเป็นกลยุทธ์ในการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับคู่สมรสใหม่ ซึ่งหากดำเนินการอย่างเหมาะสมจะส่งผลดีต่อเด็กอย่างมหาศาล และการสื่อสารเป็นตัวช่วยสมานความใกล้ชิดที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์นี้ การสร้างบทสนทนาที่เปิดกว้างและมีคุณภาพ เพื่อทลายกำแพงความระแวงที่อาจเกิดขึ้นจากความรู้สึกแปลกแยก

ไม่เพียงเท่านั้น พ่อเลี้ยงยังต้องตระหนักถึง จริยธรรมการสัมผัส (Ethics of Touch) อย่างเคร่งครัด เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ไม่มีสายเลือดร่วมกัน ทำให้การสัมผัสทางกายถูกตีความได้หลากหลาย และอาจสร้างความอึดอัดใจ การสังเกตภาษาท่าทางของลูกเลี้ยง เป็นทักษะที่พ่อเลี้ยงต้องฝึกฝน หากเด็กมีการแสดงออกทางกาย เช่น การถอยห่าง เกร็งตัว หรือหลบสายตาเมื่อมีการสัมผัส พ่อเลี้ยงต้องหยุดพฤติกรรมนั้นทันทีและเว้นระยะห่างให้มากขึ้น

จริยธรรมการสัมผัสในครอบครัวใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสุภาพ แต่เป็นเรื่องของการสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ และการเคารพสิทธิในร่างกาย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ลูกเลี้ยงยอมรับพ่อเลี้ยงจากใจจริง

แนวทางการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมการสัมผัส

กฎข้อแรก ความสมัครใจคือที่หนึ่ง

พ่อเลี้ยงต้องตระหนักเสมอว่า เด็กอาจมีความทรงจำหรือความผูกพันกับการสัมผัสจากพ่อแท้ๆ การถูกสัมผัสจาก ผู้ชายคนใหม่ในบ้าน อาจทำให้เขารู้สึกสับสนหรือระแวง ดังนั้นจึงควรปฏิบัติดังนี้

  • ถามก่อนเสมอ แม้จะเป็นการกอดเพื่อให้กำลังใจ ควรใช้ประโยคเช่น พ่อขอกอดให้กำลังใจหน่อยได้ไหม?
  • สังเกตสัญญาณทางกาย หากเด็กเบี่ยงตัวหนี หลบตา หรือตัวแข็งทื่อ นั่นคือสัญญาณของคำว่า ไม่ แม้เขาจะไม่พูดออกมาก็ตาม

กฎข้อที่สอง เส้นแบ่งพื้นที่บนร่างกาย

การวางตัวที่เหมาะสมช่วยป้องกันการเข้าใจผิดและสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย

  • พื้นที่สีเขียว (ปลอดภัย) การแตะไหล่เบาๆ การไฮไฟว์ หรือการลูบหลังในลักษณะให้กำลังใจ แต่ต้องทำในที่เปิดเผย
  • พื้นที่ที่ควรเลี่ยง การกอดจากด้านหลัง, การให้นั่งตัก แม้จะเป็นเด็กเล็กก็ไม่สมควร หรือการสัมผัสใกล้ชิดในพื้นที่ส่วนตัว เช่น ในห้องนอนหรือห้องน้ำ
  • กฎเหล็กในที่ลับตา หลีกเลี่ยงการสัมผัสตัวเด็กเมื่ออยู่กันลำพังสองต่อสองในที่ลับตาคน เพื่อความบริสุทธิ์ใจและความสบายใจของทุกฝ่าย

กฎข้อที่สาม การปรับตามช่วงวัย

เด็กเล็ก ตั้งแต่วัยประถมลงไป วัยนี้ต้องการการสัมผัสเพื่อความอบอุ่น แต่ควรเน้นให้แม่เป็นคนทำหน้าที่กอด จูบ หรืออาบน้ำให้ พ่อเลี้ยงควรวางตัวเป็นผู้เล่นสนุกที่แตะตัวกันแค่พอเหมาะ

เด็กวัยรุ่น เป็นวัยที่หวงแหนพื้นที่ส่วนตัวมากที่สุด พ่อเลี้ยงควรให้เกียรติด้วยการเว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส ให้เหลือเพียงการแตะไหล่หรือให้กำลังใจผ่านคำพูดแทน

กฎข้อที่สี่ ความสม่ำเสมอและบริสุทธิ์ใจ

ทำต่อหน้าแม่ การแสดงความเมตตาผ่านการสัมผัส ควรทำต่อหน้าแม่หรือสมาชิกคนอื่น เพื่อให้แม่ช่วยยืนยันว่าสิ่งนี้คือความหวังดี และเพื่อให้เด็กเห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่เปิดเผย

ไม่ใช้การสัมผัสเพื่อการทำโทษ เช่น ห้ามตีหรือใช้กำลังสัมผัสร่างกายเพื่อการสั่งสอนเด็ดขาด เพราะจะทำลายความเชื่อใจที่สร้างมาทั้งหมดทันที

หากพ่อเลี้ยงข้ามเส้นเรื่องการสัมผัส แม้จะตั้งใจดีแค่ไหน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กำแพงในใจของเด็กจะสูงขึ้นทันที และอาจนำไปสู่ปัญหาความสัมพันธ์ระยะยาวหรือความระแวงภายในครอบครัว การให้เกียรติร่างกายของลูกเลี้ยงคือการบอกเขาว่า บ้านหลังนี้คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขา

พฤติกรรมที่ควรทำเพื่อสร้างสัมพันธภาพ

  • เป็นแบบอย่างของผู้ชายที่ดี พ่อเลี้ยงคือภาพสะท้อนแรกของเพศชายในบ้าน การปฏิบัติต่อแม่และลูกเลี้ยงด้วยความให้เกียรติ จะช่วยให้ลูกเลี้ยงเรียนรู้วิธีการเลือกคู่ครองที่ดีในอนาคต
  • ใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ค้นหางานอดิเรกที่เด็กชอบและเข้าไปมีส่วนร่วม เช่น การฟังเพลง ดูการ์ตูน หรือเล่นกีฬา โดยไม่พยายามเปลี่ยนความชอบของเด็กให้มาเป็นของตนเอง
  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน เมื่อเด็กเล่าเรื่องราวหรือปัญหา ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่รีบแก้ไขปัญหาหรือตักเตือนในทันที เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์
  • ชื่นชมในความพยายามและจุดแข็ง สังเกตและชื่นชมเมื่อเด็กทำสิ่งที่ดีหรือประสบความสำเร็จ เพื่อเสริมสร้างความนับถือในตนเอง
  • เคารพความสัมพันธ์เดิมของเด็ก สนับสนุนให้เด็กได้มีเวลาอยู่ร่วมกับแม่ตามลำพัง และให้เกียรติความสัมพันธ์ที่เด็กมีต่อพ่อแท้ๆ

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด

  • พยายามแทนที่พ่อแท้ๆ อย่าบังคับให้เด็กเรียกว่าพ่อ หรือพยายามลบภาพจำของพ่อเดิมของเด็กออกไป
  • ให้ร้ายพ่อเดิมของเด็ก แม้พ่อเดิมจะมีข้อเสีย แต่การพูดจาถากถางหรือนินทาให้เด็กฟัง จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกขัดแย้งในใจ และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเด็ก
  • ความลำเอียงหรือการเปรียบเทียบ หากมีลูกแท้ๆ ของตนเองในบ้าน ห้ามเปรียบเทียบหรือแสดงความลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด เพราะจะสร้างปมด้อยและความเกลียดชังในครอบครัว
  • การรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว การเข้าห้องนอนหรือห้องน้ำโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือการตรวจสอบเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การใช้คำพูดเชิงชู้สาวหรือสองแง่สองง่าม แม้จะเจตนาล้อเล่น แต่การพูดถึงรูปร่าง หน้าตา หรือสรีระของลูกเลี้ยงหญิงในเชิงลามกหรือเกินเลยขอบเขตความเป็นผู้ใหญ่ จะสร้างความหวาดระแวงและทำลายความปลอดภัยในบ้าน

งานวิจัยทางจิตวิทยาในไทยและต่างประเทศยืนยันตรงกันว่า พ่อ รวมถึงพ่อเลี้ยง มีอิทธิพลอย่างมากต่อมุมมองความรักและความสัมพันธ์ของลูกสาว หากพ่อเลี้ยงวางตัวดี ให้เกียรติ และเป็นที่พึ่งพาได้ ลูกเลี้ยงหญิงจะมีแนวโน้มที่จะมีความมั่นใจในตนเองสูง มีผลการเรียนดีขึ้น และมีความสามารถในการเลือกคู่ครองที่เหมาะสมในอนาคต ในทางกลับกัน หากความสัมพันธ์ระหว่างพ่อเลี้ยงและลูกเลี้ยงหญิงเป็นพิษ เช่น มีการดุด่ารุนแรง การควบคุมเกินขอบเขต หรือการละเมิดความเป็นส่วนตัว เด็กจะเผชิญกับปัญหาทางจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความหวาดระแวง และปัญหาในการสร้างความไว้วางใจต่อเพศชายเมื่อเติบโตขึ้น

การเป็นพ่อเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เรื่องของการพยายามทำหน้าที่แทนใคร แต่เป็นการสร้างหน้าที่ใหม่ที่ทรงคุณค่าด้วยตนเอง พ่อเลี้ยงควรได้รับความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาครอบครัวผสมและการสื่อสารเชิงบวก เพื่อลดความคาดหวังที่เกินจริงและจัดการกับความเครียดที่เกิดจากบทบาทใหม่นี้

Advertisement

แชร์
"จริยธรรมการสัมผัส" บททดสอบแรกของพ่อเลี้ยงเมื่อย้ายเข้าครอบครัวใหม่