
วันที่ 22 ม.ค. 69 ที่อ.คง จ.นครราชสีมา นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส.เขต 16 นครราชสีมา หาเสียง
โดยกล่าวว่า วันนี้ปราศรัยมาสามอำเภอ แต่ที่อำเภอคงคนเยอะมากที่สุด และขอให้แสดงความรักให้เห็นกันโดยการเลือกเบอร์ 3 นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ ขอให้ชนะเกิน 30,000 คะแนน และขอคิดดอกเบี้ยที่ขาดไปอีก 3,000-10,000 คะแนน
นายอนุทิน เชื่อว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ใหญ่ อันดับสองรองจากกรุงเทพมหานคร แม้ว่ากรุงเทพฯ จะมีประชากรเยอะ แต่มีหลากหลายจังหวัดรวมกัน ต่างจากที่นี่ที่มีแต่ชาวนครราชสีมาอาศัยเยอะกว่า 90% ถือเป็นด่านแรกที่จะไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเดินทาง การขนส่งสินค้าทางการเกษตรและอุตสาหกรรมต้องผ่านนครราชสีมา ไม่ว่าจะเข้ากรุงเทพฯ หรือออกไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นายอนุทิน ยังเชื่อว่า พรรคการเมืองที่พิสูจน์ว่าเข้าไปทำงานอย่างจริงใจ แก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร ปกป้องพื้นแผ่นดินไทย ถ้าประชาชนไม่เอ่ยชื่อพรรคภูมิใจไทยก็คงน้อยใจแล้ว ซึ่งประชาชนต่างปรบมือและตอบกลับนายอนุทินว่า พอใจในการบริหารงาน
นายอนุทิน ย้ำว่า พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา มีความปลอดภัย ควบคุมพื้นที่ของประเทศไทยได้หมดทุกตารางนิ้ว และมีสิ่งที่แว่วอยู่ในหูตลอดเวลาสามคำคือ “ห้ามเปิดด่าน” ซึ่งหลังจากการปิดด่านชายแดน ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนไทย คือไม่มีสินค้าทางการเกษตรทะลุเข้ามาประเทศไทย ทำให้ผลผลิตในประเทศมีราคาสูงขึ้น
โดยกล่าวกับประชาชนอีกว่า เสียงปรบมือในเวทีปราศรัยเปรียบเสมือนกับน้ำมันที่เติมกำลังใจ เชื่อว่าสิ่งที่พูดออกไปจะถูกใจประชาชน เพราะเป็นสิ่งที่พูดมาจากเสียงสะท้อนของประชาชน ซึ่งพรรคภูมิใจไทย “พูดแล้วทำ เว่าแล้วเฮ็ด” ตัวอย่างคือ โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งจากการเดินตลาดเวลาที่ไปราชการ ก็ได้รับเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าว่ามีประโยชน์ ผู้ค้าและประชาชนมีความพอใจมากกว่าโครงการแจกเงิน
”เมื่อเจ้าหนี้รู้ปุ๊บเขาก็มารอเราหน้าตู้เอทีเอ็ม ว่าเฮ้ยเอามาก่อน เงินที่รัฐบาลเอาไปแคะจากทุกงบประมาณมาให้กลายเป็นว่าประชาชนไม่ได้ใช้ ต้องนำไปใช้หนี้ เงินนำไปใช้หนี้แล้วลดเงินต้นก็พอจะทำใจได้ แต่ทั้งหมดคือนำไปจ่ายดอกเบี้ย“
พร้อมกล่าวว่า หากวันนี้หนี้ดอกเบี้ยแพงจนเกินไป รัฐบาลจะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้นอกระบบ หากกลับมาเป็นรัฐบาล จะเพิ่มการต่อรองให้กับประชาชน เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากเจ้าหนี้ พร้อมเปรียบเรื่องดังกล่าวกับเรื่องระดับประเทศ ว่าหากเราอ่อนข้อจะถูกกดขี่ แต่ถ้าเราแข็งข้อก็ได้ทุกอย่างกลับคืนมาทั้งหมด
“เมื่อเขารู้ว่าเราอ่อนเค้าก็รุกมาเรื่อยๆ เมื่อเปลี่ยนคนเปลี่ยนรัฐบาล ตนไม่ได้เด็ดขาดอะไร แต่ไม่ยอม เพราะหวงแหนประเทศเหมือนกับประชาชนทุกคน ทำไมคนอื่นยอมไม่รู้ แต่ตนจะไม่มีทาง ไม่มีวันยอม เพื่อนมีเยอะแยะไม่คบคนหนึ่งก็ไม่มีปัญหา หากเพื่อนคนนั้นเอาเปรียบเรา เผลอแล้วมาทำร้ายเรา แบบนี้ไม่เรียกว่าเพื่อนเรียกว่าศัตรู”
นายอนุทิน ย้ำว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นศูนย์กลางของภาคอีสาน ต้องทำให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งจะทำให้จังหวัดอื่นได้ประโยชน์ไปด้วย ซึ่งอยู่จังหวัดนี้มีทั้งถนน 10 เลน รถไฟความเร็วสูง ไม่ต่างจากประเทศที่เจริญแล้ว จึงควรใช้สิ่งเหล่านี้พัฒนาให้จังหวัดและประเทศเข้มแข็งมากขึ้น พร้อมย้ำว่าด่านพรมแดนไทย-ลาวจะไม่มีการปิด จะมีการค้าขายกับประเทศลาวและประเทศจีนต่อไป รวมไปถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ที่จะทำต่อไปเรื่อยๆ ตามความพอใจของประชาชน
นายอนุทิน บอกต่อว่า ที่ผ่านมาทำงานคนเดียวไม่มีใครถามถึง แต่พอเชิญนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เข้ามาทำงานกลับมีแต่คนถาม เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าการทำงานของพรรคภูมิใจไทยเป็นมืออาชีพ และบุคคลเหล่านี้จะอยู่ร่วมทำงานกับพรรค เพื่อทำงานให้กับประชาชนต่อไปหากกลับเข้ามาเป็นรัฐบาล
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้เลือกหมายเลข 3 น้องดราฟ แต่ถ้ารักกันจริงให้เรียกไอ้ดราฟ เพราะจะมาเป็นคนรับใช้ให้กับประชาชน แล้วจะเป็น สส. คนแรกของภาคภูมิใจไทยในอำเภอคง และเลือกหมายเลข 37 ให้อนุทิน เป็นรัฐบาลทำงานให้ประชาชนต่อไป
นายอุทิน หยอกทิ้งท้ายบนเวทีปราศรัยว่าไปทำเบบี้เฟสมา แพทย์ไม่ให้โดนแดด 3 สัปดาห์ แต่ตอนนี้โดนมาแล้ว 3 เดือน ก็ไม่เป็นไรเมื่อได้รับเลือกตั้งแล้วหน้าก็จะกลับมาตึงเอง
Advertisement