
(22 ม.ค. 2569) ช่วงบ่าย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินสายหาเสียงอีก 2 เวที โดยเดินทางมายังโดมอเนกประสงค์ สระใหญ่ เทศบาลเมืองบัวใหญ่ช่วย นายโกศล ปัทมะ ผู้สมัครสส. เขต 6 จังหวัดนครราชสีมา หาเสียง โดยมีนายพงศกร อรรณนพพร และนางสาว สรัสนันท์ อรรณนพพร ผู้สมัครสส. เขต 9 จ.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย มารอต้อนรับ เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่ติดกับจังหวัดขอนแก่น
นายอนุทิน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขออภัยที่เดินทางมาล่าช้า เจอแบบนี้ทุกอำเภอ กว่าจะฝ่ามาได้ มีคนเอาดอกไม้มาให้ เอาผ้าขาวม้ามาผูก มาจับมือ เหลืออย่างเดียวคือหอมแก้ม ยังไม่โดน แต่ถ้าจะโดนก็ยินดี โดนแบบนี้เมียไม่ว่าแต่ถ้าโดนแบบสาวๆ กลับบ้านหูขาดข้างนึง
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าตนใจไม่แข็งพอ ชาวบ้านเข้ามาแล้วแค่ทักทาย "ห๊ะ ครับ" คนอื่นทำหมดแต่ตนทำไม่ได้ ต้องอยู่ทักทายพี่น้องรายคน จึงต้องเผื่อเวลาได้ครึ่งชั่วโมงแรกและครึ่งชั่วโมงหลัง อย่าโกธรเลย อยากพบกับพี่น้องจริงๆ ไม่ใช่พบเป็นพิธีแบบแตะๆ มือแล้วไป ตนอยากให้มือของพี่น้องวางบนหัวเป็นสิริมงคล ทำให้รู้ว่ามีพี่น้องประชาชนอยู่ใกล้ชิดเราตลอดเวลา การจะตัดสินใจทำอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะตัดสินใจเรื่องสำคัญ ต้องอยู่บนพื้นฐานประชาชนว่าเอาด้วยหรือไม่ ถ้ามั่นใจว่าเอาด้วยไม่มีกลัว เห็นช้างตัวเท่าเชื้อโรค
เรื่องชายแดนก็เหมือนกัน ที่พี่น้องประชาชนชื่นชม ถ้าไม่มีพี่น้องข้างหลัง ตนคงไม่กล้าขนาดนี้และตนเข้าใจว่าพ่อแม่พี่น้องต้องการอะไร และจะทำสิ่งนั้นด้วยความมั่นใจ ซึ่งวันนี้ต้องขอบคุณชาวอำเภอบัวใหญ่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การลงรถที่ท้ายเวที เพราะต้องการใกล้ชิดกับประชาชน เราไม่ใช่คนอื่นไกล ทั้งนี้ได้เชิญนายโกศล มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย แล้วว่าประชาชนยังให้ความมั่นใจ ซึ่งตนสนิทกับพี่ชาย นายนพดล ปัทมะ มานาน โดยเจอนายโกศล ในสภาผู้แทนราษฎรตอนทำงาน และเห็นความขยันขันแข็งความทุ่มเทที่มีให้กับประชาชนชาวบัวใหญ่ ซึ่งตนมีความประทับใจ จึงอยากให้มาร่วมงานกัน และสุดท้ายก็เห็นว่าการมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยน่าจะทำให้การแก้แก้ไขปัญหาได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้มาสร้างความคุ้นเคย เวลาที่เข้ามาเป็นรัฐบาลตนในฐานะนายกรัฐมนตรีก็คุ้นเคยกับ สส. และ สส. ไม่ได้มาคนเดียวแต่มาจากประชาชนเป็นคนเลือก ดังนั้นเมื่อเสนออะไรเข้ามาก็จะได้รับการปฎิบัติอย่างเต็มที่
พร้อมกล่าวต่อว่า เรื่องชายแดนพ่อแม่พี่น้องไม่ต้องหวงขอให้เป็นเรื่องของตน และตนยินดีจะสนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ ขอให้พี่น้องเดินหน้าใช้ชีวิตปกติ ขอให้คำมั่นว่าจะไม่มีอันตรายที่เป็นชีวิตกับพี่น้องประชาชนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นมาอีก เราได้สั่งสอนบทเรียนไปแล้ว จึงขอให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก รวมถึงเรื่องการรักษาพยาบาล เรื่องสาธารณสุขไม่ต้องห่วง เพราะตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมา 4 ปีรู้ดีว่าต้องทำอะไรให้พี่น้องประชาชนตั้งแต่เกิด
ส่วนนโยบายด้านการศึกษา ตอนนี้มีความมั่นใจว่าหากเราเข้าไปบริการประเทศจะให้คนไทยทุกคนสามารถเรียนได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ถ้าอยากเรียนเรียนได้ พรรคภูมิใจไทยทำได้เรื่องการศึกษาตลอดชีวิต ขอแค่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ให้พี่น้องประชาชน กาเลือก สส. พรรคภูมิใจไทยและเลือกพรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ขออย่าเลือกแบบครึ่งๆ เพราะคนละครึ่งพลัส ขอให้ตนได้ทำให้ทุกท่าน แต่เลือก สส.ให้เลือกทั้งคนทั้งพรรค
นายอนุทิน ยังได้ขอบคุณประชาชนที่มาให้การต้อนรับวันนี้ จะไม่ลืมรอยยิ้มและจะใส่ใจกับพี่น้องชาวอำเภอบัวใหญ่อย่างเต็มที่ไม่ต้องหวงนครราขสีมา เพราะบ้านตนก็อยู่นี่เหมือนกัน ก็อยากให้ตรงนี้เจริญ ขอให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจว่าพวกเราพูดแล้วทำ
ทั้งนี้ภายหลังการปราศรัยได้มีทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบไทย-กัมพูชา ที่บริเวณปราสาทตาควาย ที่รักษาตัวหายแล้ว โดยเป็นคนอำเภอบัวใหญ่ ได้ขึ้นมาพบกับนายอนุทิน โดย นายอนุทิน ได้จับมือพร้อมกล่าวขอบคุณที่เสียสละ เป็นแนวหน้าปกป้องชายแดน
จากนั้นนายอนุทินได้พักรับประทานอาหารส้มตำไก่ย่างที่บริเวณหลังเวทีปราศรัย ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยังจุดต่อไป
Advertisement