
วันที่ 21 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาที่โรงเรียนบ้านนาหว้า ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยที่ 2 ของวันนี้ ช่วยนางสาวศุภพานี โพธิ์สุ ผู้สมัคร สส.นครพนมพรรคภูมิใจไทย เขต 1 หาเสียง โดยทันทีที่เดินทางมาถึง มีประชาชนนำผ้าขาวม้า มาผูกเอวให้ รวมไปถึงมอบพวงมาลัยและสวมกอด
นายอนุทิน เริ่มต้นการปราศรัยด้วยการขอโทษเด็กนักเรียน เพิ่งทราบจัดใกล้โรงเรียน และมีการเรียนการสอนอยู่ แต่ทราบว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนได้อนุญาตแล้ว ตนเองจะพยายามพูดปราศรัยเสียงเบาๆ เพื่อไม่ให้รบกวนลูกหลานพร้อมหันไปบอกนางสาวศุภพานี "ไอ้ขวัญเอ้ยที่ดีๆ ไม่ไป เสือกมาจัดที่โรงเรียน"
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ความรักความผูกพันกับคนนครพนม ไม่มีวันเสื่อมคลายแน่นอน แค่อยากบอกพี่น้องว่า เลือกพรรคภูมิใจไทย เลือกคนที่มีทั้งประสบการณ์ มีทั้งความรู้ มีผลงาน ไปรับใช้พ่อแม่พี่น้อง วันนี้จึงต้องเลือก" ขวัญ ศุภพานี โพธิ์สุ" คนรุ่นใหม่ ไปทำงาน และอย่าลืมเลือกตนเองด้วย เบอร์ 37
นายอนุทิน ยังกล่าวต่อด้วยว่า พอปิดด่านทำให้ราคาสินค้าเกษตรหลายตัวดีขึ้น เพราะสินค้าเถื่อนเข้ามาไม่ได้ คนที่เป็นเจ้าของโรงงานก็ชอบ เพราะราคาตกต่ำ แต่พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพืชผลทางการเกษตร ดังนั้น นโยบายนี้ยังอยู่ และหาช่องทางขายให้กับประชาชนให้มากที่สุด สมัยก่อนขายไม่ได้ เพราะทำตัวเป็นเบี้ยล่างเขาตลอด ไม่กล้าพูดและไม่อยากออกไปข้างนอก ไม่กล้าต่อรองและเจรจา ต้องการคำเดียวคือคำว่ากล้า พอออกไปเราทำให้ลูกหลานเห็นว่าประเทศนี้ไม่ได้อยากมาคุกคามเมื่อไหร่ก็มาได้ “กูไม่ใช่หลานมึงนะเว้ย” เรารักษาอธิปไตย ไม่มีอะไรต้องกลัว เราไปรุกรานเขาก่อนหรือไม่ ก็ไม่เคย ไปรุกรานดินแดนหรือไม่ก็ไม่เคย หรือยิงใส่ก่อนไม่ก็ไม่เคย เขาทำเราก่อนทั้งนั้น พอเราสู้บ้างกลับบอกว่าเรารุนแรง เราไม่ให้ใครเข้ามาย่ำยีเราแม้แต่นิดเดียว เรายอมไม่ได้ ต้องเลิกเกรงใจเขา พอต่างชาติไปบอกให้เขาหยุดแต่กับคนไทยไม่เกรงใจได้อย่างไร"
นายอนุทิน ยังย้ำว่า โครงการแรกที่จะทำคือโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ซึ่งไม่ใช่การแจกเงิน เพราะประชาชนมีศักดิ์ศรี คราวที่แล้ว มีประชาชนบางคนเข้าโครงการไม่ได้ ตนเองจึงจะเติมในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คราวที่แล้วมีช่องโหว่นิดหนึ่ง แต่ครั้งหน้าจะทำให้พอใจมากที่สุด เงินเหล่านี้ไม่ได้ไปไหน ไม่เหมือนกับเงินแจก เงินแจกพอเข้าไปเงินในบัญชี มีเจ้าหนี้มายืนรอ เลยได้แต่ดูว่า เงินหมื่นก็มา แต่กี่คนจะได้แตะ เพราะไป ๆ มา ๆ มันเยอะเกิน แต่โครงการคนละครึ่งพี่น้องได้จ่าย รัฐก็ไม่ต้องเติม และเงินนี้เจ้าหนี้ก็ทวงเงินไม่ได้ เพราะอยู่ในระบบ ต้องซื้อของ
นายอนุทิน ยังกล่าวถึง การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย กัมพูชา ว่า เรื่องศักดิ์ศรีของประเทศไม่ต้องห่วง พูดแล้วเหมือนไปหาเรื่องกัน ตอนนี้สงบแล้ว ไม่กล้ามาวุ่นวาย ก็ปล่อยให้อยู่เช่นนี้ เพราะถ้าเขาเข้ามาก็รู้แล้วว่าเราไม่ยอม ไม่ได้มาจากใครคนใดคนหนึ่งมีต้นทุนทั้งหมด สิ่งที่เสียใจที่สุดคือชีวิตของทหารหาญ ไม่ใช่บอกว่าให้ลุยอย่างเดียว อะไรเลี่ยงได้ก็เลี่ยง เพราะพี่น้องหรือลูกของตนเองไม่ได้ไปรบ ไทยเป็นประเทศที่รักสงบแล้ว
อย่างไรก็ตาม ถ้าตนเป็นคนกำกับดูแลประเทศนี้ ยังร้องเพลงชาติไทยทุกวัน โดยเฉพาะท่อนที่บอกว่า ”ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” เรื่องนี้จะตัดสินใจแบบสะใจไม่ได้ เราอยู่ตรงนี้อย่ามายุ่งกับเรา แต่ถ้ามาเมื่อไหร่เจอกัน เอาเป็นว่า ถ้าไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศนี้ต่อไป ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามแนวชายแดน และต้องเป็นสิ่งที่ดีขึ้นสำหรับคนไทย ศักดิ์ศรีของคนไทยจะไม่ถูกย่ำยี
ระหว่างนั้น ชาวบ้านตะโกน ว่า เลือกวันนี้เลยได้หรือไม่ แต่นายอนุทิน ตอบว่า เลือกไม่ได้ เพราะเป็นบัตรเถื่อน ต้องเลือกวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แต่ขออย่าเปลี่ยนใจ ตั้งแต่วันนี้ 21 มกราคม จนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ให้เลือกขวัญ ศุภพานี โพธิ์สุ และอย่าลืมเลือกเบอร์ 37 ไม่เช่นนั้น ตนมานครพนมไม่ได้อายเขา
Advertisement