
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย 6 ต่อ 3 เสียง ให้พ้นจากตำแหน่ง จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรง
โดย น.ส.แพทองธาร แจ้งมีทรัพย์สินรวมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งสิ้น 11,321,646,719 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 4,441,159,711 บาท
แบ่งเป็นทรัพย์สินของ น.ส.แพทองธาร 1,123,476,810 บาท ได้แก่ เงินสด 7,237,696 บาท เงินฝาก 1,060,535,410 บาท เงินลงทุน 8,347,745,540 บาท เงินให้กู้ยืม 15,238,714 บาท ที่ดิน 12 แปลง 724,922,982 บาท (มีที่ดินในประเทศญี่ปุ่น 1 แปลง 15 ล้านบาท) โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 9 รายการ 168,615,386 บาท ยานพาหนะ 23 รายการ 66,770,000 บาท (ในจำนวนนี้มีรถหรู Bentley, Rolls-Royce ด้วย) สิทธิและสัมปทาน 425,022,830 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 418,681,250 บาท มีหนี้สิน 4,439,980,600 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี 5,458,262 บาท หนี้สินอื่น 4,434,522,338 บาท
น.ส.แพทองธาร แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 208,879,130 บาท เป็นเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส 879,130 บาท เงินปันผล 205 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2 ล้านบาท ค่าเช่า 1 ล้านบาท มีรายจ่ายรวม 58,220,000 บาท เป็นเบี้ยประกันภัย 1.2 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 45 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายครัวเรือน 7 ล้านบาท ค่าส่วนกลาง 8 แสนบาท ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1.2 แสนบาท ค่าเล่าเรียนบุตร 1.5 ล้านบาท เงินบริจาค 6 แสนบาท ค่าท่องเที่ยว 2 ล้านบาท
ส่วนนายปิฎก มีทรัพย์สิน 86,746,214 บาท ได้แก่ เงินสด 3,424,263 บาท เงินฝาก 8,965,374 บาท (ในจำนวนนี้มีกระเป๋าสตางค์ Bitkub 971,970 บาท) เงินลงทุน 12,466,031 บาท (ในจำนวนนี้มีสินทรัพย์ดิจิทัล Bitcoin 1,176,485 บาท และ Ethereum 1,812,258 บาท) เงินให้กู้ยืม 12,770,000 บาท ที่ดิน 4 แปลง 32,198,216 บาท (มีที่ดินในประเทศญี่ปุ่น 1 แปลง 15 ล้านบาท) โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 รายการ 8,273,784 บาท สิทธิและสัมปทาน 1,728,545 บาท ทรัพย์สินอื่น 6,920,000 บาท หนี้สิน 1,179,110 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชีทั้งหมด ขณะที่บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีทรัพย์สิน 130,693 บาท เป็นสิทธิและสัมปทานทั้งหมด
นายปิฎก แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 4,909,100 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส 3,746,000 บาท เงินปันผล 6 แสนบาท ดอกเบี้ย 383,100 บาท ผลประโยชน์/ขายโทเคน 1.8 แสนบาท มีรายจ่ายรวมต่อปี 3,668,846 บาท เป็นค่าเบี้ยประกัน 1 แสนบาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 3 ล้านบาท ค่าส่วนกลาง 65,614 บาท ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 3,232 บาท ค่าท่องเที่ยว 5 แสนบาท
ทรัพย์สินที่น่าสนใจ น.ส.แพทองธาร มีเงินให้กู้ยืมแก่นายพานทองแท้ ชินวัตร (พี่ชาย) ระบุที่อยู่ ม.3 ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2559 วงเงิน 15,238,714 บาท ส่วนนายปิฎก มีเงินให้กู้ยืมบริษัท วินน์ แคปปิตอล จำกัด จำนวน 8 รายการ ระหว่างปี 2564-2565 รวมวงเงิน 12,770,000 บาท
ขณะเดียวกัน น.ส.แพทองธาร แจ้งมีสิทธิและสัมปทานในการเช่าอพาร์ตเมนต์ในอังกฤษ 2 แห่งคือ เลขที่ BGL17688 Flat Knaresborongh house, 7 Knaresborongh Place, London เมื่อ 20 ก.พ. 2550 สิ้นสุด 24 ธ.ค. 3537 มูลค่า 111,612,250 บาท และเลขที่ NGL9715639 Flat 14 Montpelier street, London เมื่อ 26 ก.ค. 2560 สิ้นสุด 21 ม.ค. 3552 มูลค่า 208,342,867 บาท
ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ น.ส.แพทองธาร สะสมทองคำแท่งหนัก 75 บาท มูลค่า 3,813,750 บาท นาฬิกา 75 เรือน 162 ล้านบาท ของสะสม (ตุ๊กตาแบร์บริค) 9 ตัว 1.9 ล้านบาท กระเป๋า 217 ใบ 76,650,000 บาท แหวน 109 วง 31,973,900 บาท เครื่องประดับกำไลข้อมือ 69 เส้น 28,559,700 บาท ต่างหู 209 คู่ 50,578,500 บาท เครื่องแต่งกาย 167 ชุด 26,750,000 บาท ส่วนนายปิฎก สะสมนาฬิกา 40 เรือน 68.9 ล้านบาท และแหวน 2 วง 3 แสนบาท
อย่างไรก็ดีทรัพย์สินของ น.ส.แพทองธาร และสามี เมื่อครั้งเธอเข้ารับตำแหน่งนายกฯเมื่อต้นปี 2568 แจ้งมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 13,993,826,903 บาท หนี้สินทั้งสิ้น 4,441,159,711 บาท เท่ากับว่าภายหลังพ้นจากตำแหน่งทรัพย์สินเธอลดลงกว่า 2,672,180,184 บาท
ทั้งนี้ ในส่วนของหนี้สินอื่นของ น.ส.แพทองธาร ที่แจ้งไว้มูลค่า 4,434,522,338 บาทนั้น คือหนี้สินในส่วนของ “ตั๋วสัญญาใช้เงิน” หรือ “ตั๋ว PN” ในการซื้อหุ้นต่อจากมารดา พี่ชาย และเครือญาติ รวม 5 รายการ ที่ถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเมื่อต้นปี 2568 ว่าส่อเข้าข่ายเป็นการกระทำ “นิติกรรมอำพราง” หรือไม่ ยังคงถูกแจ้งในบัญชีทรัพย์สิน เท่ากับว่า น.ส.แพทองธาร ยังคงไม่มีการชำระเงินค่าหุ้นดังกล่าวออกไป
Advertisement