
วันที่ 8 ม.ค.2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัตน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยว่า วันนี้ตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ กรุงเทพคือเมืองหลวงของประเทศ กรุงเทพคือศูนย์กลางทั้งเศรษฐกิจการค้า กรุงเทพแปลว่าเมืองของเทวดา แต่ถามจริง ๆ วันนี้ คนกรุงเทพมีความสุขอย่างชื่อเมืองจริงหรือไม่ คนที่อาศัยในกรุงเทพมหานคร รายได้ไม่พอรายจ่าย หนี้สินเพิ่มขึ้นทุกวัน ชีวิตขาดความมั่นคง สิ่งที่ตนได้ยินจากพี่น้องทุกชุมชนคือคนกรุงเทพทำงานหนักขึ้น แต่ชีวิตยากลำบากกว่าเก่า นี่คือเหตุผลที่พรรคเพื่อไทย อาสามาเปลี่ยนโครงสร้างของชีวิตคนไทยทั้งระบบ เพราะพรรคเพื่อไทย มีเป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตของพี่น้องดีขึ้น แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม และทำให้ประชาชนสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป้าหมายของพรรคเพื่อไทยชัดเจน เราต้องการนำประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ต้องการให้เศรษฐกิจเติบโต ต้องการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ต้องการเพิ่มรายได้ต่อหัวให้กับพี่น้องประชาชน นโยบายทุกข้อของพรรคเพื่อไทยจึงมุ่งเน้นที่จะนำพาประเทศ ให้หลุดพ้นจากปัญหาเศรษฐกิจ ให้สังคมที่พวกเราอยู่อาศัย เป็นสังคมที่ดีขึ้นให้คนไทยมีความสุข ส่วนจุดแข็งของพรรคเพื่อไทยตลอดมา อยู่บน 3 หัวใจหลัก หัวใจดวงแรกคือเรามีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดเสมอ เราได้นายยศชนัน ซึ่งจบดอกเตอร์ ประสบความสำเร็จในแวดวงวิชาการ เป็นถึงรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยชั้นนำ เป็นศาสตราจารย์ตั้งแต่อายุยังน้อย และที่สำคัญ นายยศชนันไม่เคยสาดโคลนใส่ใคร พร้อมจะนำประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง นำประเทศไปสู่ความเจริญด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เปลี่ยนประเทศศไทยให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า หัวใจดวงที่ 2 คือผู้สมัคร สส. คือขุนพลผู้สมัคร สส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทยทั้ง 33 คน คนเหล่านี้ คือดีเอ็นเอความเป็นพรรคเพื่อไทย ที่ทำให้เราแตกต่างจากพรรคคู่แข่งอย่างชัดเจน เพราะขุนพลของเรา ไม่เคยละทิ้งพี่น้องประชาชน ลงพื้นที่ต่อเนื่อง รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อไปสะท้อนในสภา ไม่มีอย่างพรรคอื่นที่ได้เป็นแล้ว ชาวบ้านต้องประกาศตามหาคนหาย ขุนพลเหล่านี้ของเราจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทำงานให้ทุกท่านอย่างเต็มความสามารถ ทั้ง 400 คน 400 เขต
นายจุลพันธ์ ปราศรัยว่า หัวใจที่ 3 คือนโยบาย เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองแรก ที่เอานโยบายมาหาเสียง และนำส่งนโยบายเหล่านั้นถึงมือประชาชนจริงๆ ตั้งแต่ 30 บาทรักษาทุกโรค จนถึงกองทุนหมู่บ้าน ดังนั้น 7 นโยบายหลัก ที่พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาปากท้อง ความปลอดภัย และอนาคตของพี่น้องคนกรุงเทพอย่างแท้จริง เช่น นโยบายปราบยาเสพติดให้สิ้นซากคือ เพิ่มโทษ ยึดทรัพย์ไว้ก่อนทันที ส่วนเรื่องปราบสแกมเมอร์ ยาเสพติด ไม่จบไม่เลิก ไทยต้องมีบทบาทนำในภูมิภาค โลกล้อมประเทศแหล่งกำเนิด และหากจัดการไม่ได้ เราจะไปจัดการเอง
“7 นโยบาย ไม่ใช่คำสัญญาลมๆ แล้งๆ แต่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทย มีประสบการณ์ มีทีมงาน และมีความตั้งใจจะทำให้สำเร็จ เราพิสูจน์มาแล้วว่า เมื่อเพื่อไทยบริหารประเทศ เศรษฐกิจดี ประชาชนมีกินมีใช้ วันนี้กรุงเทพต้องการการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยต้องการรัฐบาลที่คิดถึงประชาชนจริงๆ ขอพลังจากพี่น้องชาวกรุงเทพ เลือกพรรคเพื่อไทย เลือกอนาคตที่มั่นคง เลือกชีวิตที่ดีกว่า สำหรับลูกหลานของเรา เพื่อไทย เพื่อประชาชน ผมภาคภูมิใจกับการรับไม้ต่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผมอบอุ่นใจทุกครั้ง ที่ได้พบกับพี่น้องประชาชน ขอบคุณพี่น้องประชาชน ได้ให้การต้อนรับพรรคเพื่อไทย และอาจารย์เชน อย่างอบอุ่น
เราจะเดินหน้า สู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง สู่การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกันกับพี่น้องประชาชนทุกคน การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. เป็นวันชี้ชะตาอนาคตของประไทย เวลานี้เป็นเวลาที่ประเทศไทย ต้องวางรากฐานของประเทศ เพื่อจะสามารถกลับมายืนได้แข็งแรงในเวทีโลก กลับมาทำให้ประเทศไทย และคนไทย ลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง
การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ใช่เวลาลองผิดลองถูกที่จะมาเอาคนไม่มีประสบการณ์ มาทดลองกับการบริหารประเทศ เราให้คุณทดลองแล้ว แต่คุณเอา 14 ล้านเสียง ไปเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ปลุกผีอนุรักษ์นิยม กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง นี่จึงไม่ใช่เวลาทดลองอีกต่อไป จะบอกว่าให้ลองไปก่อนถ้า 4 ปี ไม่ดี ไม่ต้องมาเลือกใหม่
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า 4 ปีข้างหน้า เราอาจจะไม่เหลือประเทศให้มาซ่อมอีกต่อไป เพราะชีวิตของประชาชน ไม่ใช่เอามาลองแบบเล่นๆ และเวลานี้ก็ไม่ใช่เวลาที่เราจะให้โอกาส กับใครก็ตามที่บริหารประเทศเพียงแค่ 2 เดือน แต่ล้มเหลวไปแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์น้ำท่วม ที่หาดใหญ่ วันนี้ยอดคนเสียชีวิต 100 กว่าศพ แต่เงียบหายกับสายลม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การจัดกีฬาซีเกมส์ ซึ่งสร้างความอับอาย ให้กับคนไทยทั้งประเทศเป็นรัฐบาล ที่ใช้เวลาสั้นที่สุด ในการพิสูจน์ความล้มเหลว
ช่วงสุดท้าย นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ผมตนอยากจะฝากคำพูดบางคำ ไปให้กับคนที่อยู่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้
“หนูเอ้ย หนูฟังหนิมนะ หนิมจะบอกหนูว่า ที่หนูบอกว่าพูดแล้วทำ แต่ที่ทำมันไม่ตรงกับที่พูดซักอย่าง หนูบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ แต่กลับล้มกระดาน จนการแก้รัฐธรรมนูญล้มเหลว หนูบอกว่าจะไม่แทรกแซงคดี แต่ทั้งคดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดง ไม่เดินหน้า หนูบอกว่าไม่กลัวการตรวจสอบ แต่หนูยุบสภาหนี แล้วจะให้หนิมเชื่อหนูได้ยังไง หนูอย่าโกหกประชาชน แค่โกหกพรรคประชาชน ก็แย่แล้ว หนิมจะบอกหนูว่า เวลาของหนูหมดแล้ว หนิม และพี่น้องประชาชน เราจะพาด็อกเตอร์เซน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เข้าทำเนียบ เป็นนายกรัฐมนตรี จะส่งเชน เข้าทำเนียบ 8 กุมภา เลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคน ทั้งพรรค ” นายจุลพันธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายจุลพันธ์ปราศรัยจบ นายยศชนันและนายสุริยะ ได้เดินมาสวมกอดนายจุลพันธ์
Advertisement