
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มกราคม ที่มูลนิธิร่มไทร กรุงเทพฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ และนายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ช่วยน.ส.ขวัญจิรา มีนชัยนันท์ ผู้สมัครสส. กทม. เขต 19 เบอร์ 1 หาเสียง โดยได้รับฟังปัญหาของร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครกู้ภัย ก่อนที่เวลา 10.30 น. นายจุลพันธ์ และคณะ เดินทางมาที่ตลาดจตุจักร 2 (มีนบุรี) เพื่อทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด
โดยนายจุลพันธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาพร้อมกับผู้สมัคร ซึ่งถือเป็นเลือดใหม่ของพรรคเพื่อไทย และมีความตั้งใจที่จะพัฒนา วันนี้มี น.ส.ขวัญจิรามีโอกาสเข้ามาเป็นผู้สมัคร เป็นคนหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยผลักดันนโยบายของพวกเรา หนึ่งในนั้นคือรถไฟฟ้านโยบาย 20 บาทตลอดสาย โดยในช่วง 2 ปีที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ตั้งแต่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี จนมาถึงน.ส.แพทองธาร เราผลักดันกฎหมายเรียบร้อยแล้ว แต่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจที่ไม่เดินต่อ เขาพยายามทำเป็น 40 บาทตลอดวัน มีวิธีการทำที่แตกต่างของเรา 20 บาททุกสาย เพราะวันนี้สิ่งที่เราต้องการให้ประชาชนในกรุงเทพฯ คือค่าใช้จ่าย และค่าครองชีพที่ถูกลง เพราะวันนี้คนทำงาน มีเรื่องของค่าเดินทางที่มากเกินไป คนกรุงเทพฯ เสียค่าใช้จ่ายเยอะมาก หลักๆ คือค่าของที่อยู่อาศัยและการเดินทาง เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้ายังมีความไม่สมบูรณ์
นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น วันนี้เราจึงต้องการให้คนกรุงเทพฯ เข้าถึงขนส่งสาธารณะโดยการกำหนดราคา 20 บาทตลอดสาย แต่ยังไม่เพียงพอเพราะรถไฟฟ้าไม่ได้อยู่หน้าบ้านหรือหน้าปากซอย เรามีโครงการต่อเนื่อง คือเรื่องของการทำฃรถเมล์ให้เป็นรถเมล์แอร์ในราคา 10 บาทตลอดสาย
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากในอนาคตคนกรุงเทพฯ เดินทางจากบ้านมาถึงขึ้นรถเมล์ และไปต่อรถไฟฟ้าจะเดินทางไม่เกิน 60 บาทต่อวัน จะได้นำเงินที่เหลือไปเลี้ยงดูครอบครัว และฟื้นฟูชีวิตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ตลาดแห่งนี้ถือเป็นจุดสำคัญ เพราะการมีรถเมล์และรถไฟฟ้าในราคาถูกจะเพิ่มปริมาณคนที่จะเข้ามาจับจ่ายใช้สอยได้ ทำให้ตลาดนี้มีเงินหมุนเวียนมากขึ้น ทุกท่านได้ประโยชน์
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยัฃมีนโยบายในเรื่องของการลดค่าครองชีพ เราต้องการให้พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครเข้าถึงที่พักอาศัยในราคาถูก คือโครงการบ้านเพื่อคนไทยที่จะสามารถทำให้ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยภายในราคา 4,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชน เพราะคนที่เป็นชั้นแรงงานหรือชนชั้นกลาง ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครถือเป็นหัวใจหลักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ไม่ใช่เศรษฐี แม้เขาจะมีเงินมากกว่า แต่จำนวนอยู่ที่พี่น้องประชาชนชนชั้นกลาง เราต้องการให้ทุกคนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ บ้านเพื่อคนไทยจะสร้างโอกาสให้คนไม่ต้องย้ายออกไปอยู่ห่างไกลเมืองและอยู่ติดกับขนส่งสาธารณะ
นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม เรายังได้มีนโยบายการแก้หนี้ให้กับประชาชนเพื่อลดภาระหนี้สินให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งลูกหลานเข้าไปเรียนในระบบ หรือในโครงการที่เรียนได้งบ จบได้งาน เราต้องการพัฒนาให้ลูกหลานของเรามีศักยภาพเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับเรื่องของเทคโนโลยีที่จะเข้ามา อีกทั้ง วันนี้ความปลอดภัยคือหัวใจของเมืองใหญ่ทุกเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาเสพติด สแกมเมอร์ พรรคเพื่อไทยทำแล้ว ไม่ชนะ เราไม่เลิก ไม่จบ เราไม่เลิก สิ่งหนึ่งที่เราจะทำคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ คือนโยบายเรื่องเอไอ เช่นเรื่องเกี่ยวกับถนนที่เราจะเอาเอไอมาจับเพื่อดูว่ารถคันนี้จะวิ่งไปที่ไหน เราจะทำอย่างไรให้ลดการติดขัดของการจราจร รวมถึงเราจะนำเอไอเข้ามาช่วยในเรื่องของสมาร์ทซิตี้ นั่นคือการติดกล้องซีซีทีวี นี่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยพร้อมจะทำงานและสานต่อ
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขอให้ช่วยกันเลือกพรรคเพื่อไทยเข้าสู่สภาฯ เพื่อเข้าไปผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้ภัย เขาจะได้ทำงานอุทิศตนเพื่อประชาชนให้สมกับความภาคภูมิใจ สุดท้ายคือเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งพื้นที่นี้น้ำท่วมบ่อย รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยวันนี้เราต้องการเดินหน้าในเรื่องของการแก้ไขน้ำทั้งระบบ เราต้องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งต้องใช้เรื่องของงบประมาณและความเข้าใจ การผันน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากมูลค่าทางเศรษฐกิจอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ การดูแลเพื่อให้เกิดน้ำท่วม น้ำแล้ง เป็นสิ่งสำคัญ แต่การจะแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบต้องดูตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นี่เป็นโจทย์ที่พวกตนต้องทำและแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน สาเหตุที่ต้องพูดว่าพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ทำได้ เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่มีประสบการณ์ ประสบความสำเร็จตั้งแต่พรรคไทยรักไทย จนมาถึงพรรคเพื่อไทย เราประสบความสำเร็จมาหลายครั้ง เราเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ลงมือจริงและทำอย่างจริงจัง
“ฉะนั้น การขับเคลื่อนในครั้งนี้ ผมบอกเลยว่าพรรคเพื่อไทย ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับทุกคน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เพราะหลักคิดของพรรคเพื่อไทยคือการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจโต เมื่อเศรษฐกิจเติบโตทุกคนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น แม้บางพรรคจะบอกว่าการทำให้เศรษฐกิจโตคือการขับเคลื่อนรัฐสวัสดิการ แต่พวกผมคิดกลับกัน ฉะนั้น จึงกล้ายืนยันว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ มีแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้น ที่มีประสบการณ์และสามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้จริงๆ วันนี้ เราจึงบอกว่าเพื่อไทยทำได้เราเท่านั้นที่ทำได้ ฉะนั้น จึงขอให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เข้าคูหาเลือกทั้งคนทั้งพรรค และขอให้ติดตามการปราศรัยใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 8 มกราคม” นายจุลพันธ์ กล่าว
ขณะที่ น.ส.ขวัญจิรา กล่าวว่า อีกหนึ่งนโยบายดีๆ ของพรรคเพื่อไทย คือหวยเกษียณที่แม้จะซื้อแล้วก็จะเป็นการเก็บออมเงินต้น แม้ว่าจะไม่ถูกหวย นอกจากนี้ ยังเรื่องของ 30 บาททุกที่และ 30 บาทเอไอที่พรรคเพื่อไทยพร้อมจะผลักดัน
Advertisement