
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 3 ม.ค. 69 กองทัพภาคที่2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดทั้งวันวานนี้ (2 ม.ค.69) พบว่า ภาพรวมพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะสงบ อยู่ระหว่างการวางกำลัง และเตรียมความพร้อมตามปกติ ไม่ปรากฏเหตุปะทะ การใช้อาวุธ หรือการเคลื่อนกำลังขนาดใหญ่แต่อย่างใด
ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี–สุรินทร์–บุรีรัมย์ เงียบสงบ
ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งบริเวณช่องบกและช่องอานม้า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยยะสำคัญ ขณะที่แนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์ ครอบคลุมช่องจอม ช่องเปรอ ช่องระยี ปราสาทคนา ปราสาทตาควาย ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เช่นเดียวกับพื้นที่ช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งยังไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวผิดปกติ
แนวพระวิหารพบการเคลื่อนกำลังระดับเล็ก อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวชัดเจนที่สุดยังคงเป็นแนวพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ โดยตรวจพบรถไถบรรทุกไม้และแผ่นปูน เคลื่อนที่ไปทางช่องตาเฒ่า คาดว่าเป็นการปรับปรุงหรือเสริมความแข็งแรงของที่ตั้งทางทหาร
นอกจากนี้ ยังพบรถกระบะสีดำ 1 คัน ส่งกำลังพลฝ่ายกัมพูชาประมาณ 8–10 นาย บริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหาร รวมถึงการเคลื่อนย้ายกำลังพลที่แบกกระสอบ และสัมภาระ จากโคปุระที่ 1 ลงไปทางช่องบันไดหัก ขณะเดียวกัน ตรวจพบรถพยาบาล 1 คัน เคลื่อนจากบริเวณหน้าวัดแก้วขึ้นไปบนตัวปราสาทพระวิหาร
สำหรับพื้นที่ภูมะเขือ แนวช่องโดนเอาว์ พลาญยาว และพลาญหินแปดก้อน รวมถึงพื้นที่ช่องสะงำ ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่น่ากังวล
สำหรับในพื้นที่ส่วนหลัง คณะผู้บังคับบัญชา ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบของบำรุงขวัญให้กำลังพล ในพื้นที่ช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและย้ำความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์และรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่อง โดยในระยะสั้นคาดว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในลักษณะสงบ แต่ต้องเฝ้าระวังสูงในพื้นที่อ่อนไหวและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหรือการยกระดับสถานการณ์โดยไม่จำเป็น
Advertisement