
วันที่ 1 ม.ค. 69 นาย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงการคลังได้สรุปผลการขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win กระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งได้สิ้นสุดโครงการลงแล้ว โดยได้รับความร่วมมือและการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
โดยตั้งแต่เปิดโครงการใช้สิทธิวันแรกเมื่อวันที่ 29 ต.ค. ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 เวลา 23.00 น. มีมูลค่าการใช้จ่ายในโครงการฯ ร้านค้าทุกประเภทรวม 84,185.7 ล้านบาท มีประชาชนใช้สิทธิครบวงเงินแล้วจำนวน 9,211,118 ราย
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ประชาชนใช้สิทธิผ่านร้านค้าทั่วไปรวม 81,151.3 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) รวม 3,034.4 ล้านบาท และมีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลและเข้าร่วมโครงการสะสมจำนวนทั้งสิ้น 999,350 ราย
ขณะที่ร้านค้า/ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำเร็จ 98,930 ราย
“รัฐบาลขอบคุณประชาชน ร้านค้า และทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งเป็นนโยบายที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน สร้างรายได้ และเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ สร้างเงินหมุนเวียนไทยในระบบเศรษฐกิจในช่วงปลายปี” นายสิริพงศ์ กล่าว
ด้านนายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการดำเนินโครงการฯ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของประชาชนและผู้ประกอบการที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการบริโภคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งการดำเนินโครงการฯ ทำให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนประมาณ 84,185.73 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.2% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีโครงการฯ นอกจากนี้ เมื่อผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น ร้านค้าขนาดเล็กมีรายได้หมุนเวียน ได้ก่อให้เกิดการผลิต การค้าขาย การจ้างงาน และการคมนาคมขนส่ง ตามมาเป็นวงกว้าง และสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องไปยังต้นปี 2569
Advertisement